ทั่วโลกจับตาการแถลงต่อวุฒิสภาสหรัฐฯ ของเควิน วอร์ช ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดจะเกิดขึ้นในคืนนี้ เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยเนื้อหาจากคำแถลงล่วงหน้า (prepared remarks) สะท้อนจุดยืนสำคัญในการยืนยัน “ความเป็นอิสระของนโยบายการเงิน” ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น
วอร์ชระบุในคำแถลงล่วงหน้าว่า ความเป็นอิสระของนโยบายการเงินเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยผู้กำหนดนโยบายต้องตัดสินใจบนพื้นฐานของผลประโยชน์ประเทศ ผ่านกระบวนการวิเคราะห์อย่างเข้มข้น การพิจารณาอย่างรอบด้าน และปราศจากอคติ
อย่างไรก็ตาม เขามองว่า การที่นักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดี สมาชิกวุฒิสภา หรือสภาผู้แทนราษฎร ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยนั้น ไม่ได้เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลาง
ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางบริบทที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงจุดยืนเรียกร้องให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของประธานเฟดคนปัจจุบันอย่างรุนแรงในหลายเวที
นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยังได้เปิดการสอบสวนเกี่ยวกับกรณีที่ประธานเฟดอาจให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนต่อสภาคองเกรส ซึ่งถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งแรงกดดันต่อธนาคารกลาง แม้ทางเฟดจะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
วอร์ชระบุเพิ่มเติมว่า ธนาคารกลางต้องมีความเข้มแข็งพอที่จะรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย แต่ท้ายที่สุดแล้ว ความเป็นอิสระจะขึ้นอยู่กับการดำเนินนโยบายของเฟดเองเป็นหลัก
เลี่ยงส่งสัญญาณดอกเบี้ย แต่ชี้ “เงินเฟ้อคือความรับผิดชอบของเฟด”
แม้การแถลงครั้งนี้จะถูกจับตาในมิติทิศทางอัตราดอกเบี้ย แต่วอร์ชไม่ได้เปิดเผยมุมมองเชิงนโยบายในปัจจุบันอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม จากประวัติการทำงานในอดีตสะท้อนว่าเขามีแนวคิดให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อ แต่ยังคงยึดหลักการตัดสินใจบนข้อมูลเศรษฐกิจเป็นสำคัญ
ในคำแถลงล่วงหน้า วอร์ชย้ำว่า ภารกิจหลักของเฟดคือการรักษาเสถียรภาพด้านราคา “โดยไม่มีข้อแก้ตัว” พร้อมระบุว่าเงินเฟ้อเป็นสิ่งที่เกิดจากการตัดสินใจเชิงนโยบาย และเฟดต้องรับผิดชอบโดยตรง เนื่องจากเงินเฟ้อที่สูงจะส่งผลกระทบต่อประชาชนรายได้น้อย และบั่นทอนกำลังซื้อของระบบเศรษฐกิจ
ในช่วงหลัง วอร์ชยังเคยแสดงความเห็นสนับสนุนอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง โดยมองว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะช่วยเพิ่มผลิตภาพและลดแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะยาว
เตือนเฟดไม่ก้าวล้ำบทบาท เสี่ยงกระทบความน่าเชื่อถือ
อีกประเด็นสำคัญ วอร์ชมองว่า ความเป็นอิสระของเฟดควรจำกัดอยู่ในขอบเขตนโยบายการเงินเท่านั้น ไม่ควรขยายไปสู่ด้านกฎระเบียบภาคธนาคารหรือประเด็นนโยบายสังคมและการคลัง
เขาเตือนว่า หากเฟดก้าวล้ำบทบาทไปสู่ประเด็นที่อยู่นอกเหนือภารกิจหลัก อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซง และกระทบต่อความน่าเชื่อถือในระยะยาว
วอร์ชยังระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ และหากได้รับตำแหน่ง เขาจะรักษาความเป็นอิสระของนโยบายการเงินอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารและสภาคองเกรสในประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบในทุกภารกิจของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ที่มา : Yahoo Finance








