พรรคเดโมแครตเตรียมผลักดันญัตติบังคับให้ประธานาธิบดีต้องขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรสก่อนเปิดฉากโจมตีเพิ่มเติม ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า สงครามอิหร่าน ยกระดับความเสี่ยงโลก
วันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 09.04 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติสหรัฐจากพรรคเดโมแครตเตรียมผลักดันญัตติอีกครั้งในสัปดาห์หน้า เพื่อยุติบทบาทของสหรัฐในสงครามอิหร่าน และบังคับให้โดนัลด ทรัมป์ ประธานาธิบดี ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรสก่อนดำเนินปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติม
Chuck Schumer ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ระบุว่า “สภาคองเกรสต้องกลับมาทวงคืนอำนาจของตน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่อันตรายเช่นนี้”
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังทรัมป์ประกาศข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์กับอิหร่าน โดยก่อนหน้านั้นทรัมป์ได้ตั้งเส้นตายให้เตหะรานเปิดช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้นจะเผชิญการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอย่างรุนแรง
คำขู่ของทรัมป์ ที่ระบุว่า “อารยธรรมทั้งระบบอาจพังพินาศภายในคืนนี้” สร้างความกังวลในระดับโลก และถูกวิจารณ์อย่างหนักจากสมาชิกพรรคเดโมแครต โดยบางส่วนถึงขั้นเรียกร้องให้ถอดถอนเขาออกจากตำแหน่ง
ชูเมอร์ยังวิจารณ์ว่าการทำสงครามครั้งนี้ไม่ได้ทำให้อิหร่านอ่อนแอลง หรือควบคุมโครงการนิวเคลียร์ได้ ขณะที่ราคาพลังงานโลกกลับพุ่งสูงขึ้น
ด้านอิหร่านยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์ของตนมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ ขณะที่รัฐบาลทรัมป์พยายามนำเสนอว่าสงครามครั้งนี้เป็นชัยชนะเชิงยุทธศาสตร์ แม้ว่าผู้บัญชาการทหารสูงสุดของสหรัฐจะระบุว่ากองกำลังยังพร้อมกลับเข้าสู่การสู้รบได้ทุกเมื่อ
ทำเนียบขาวยืนยันว่าการตัดสินใจของทรัมป์อยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่มีสิทธิออกคำสั่งปฏิบัติการทางทหารในระยะสั้นเพื่อปกป้องประเทศ
ที่ผ่านมา พรรคเดโมแครตในทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรพยายามผลักดันญัตติจำกัดอำนาจสงครามหลายครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากพรรครีพับลิกันซึ่งครองเสียงข้างมากเพียงเล็กน้อยยังคงสนับสนุนนโยบายของทรัมป์อย่างเหนียวแน่น
แม้รัฐธรรมนูญสหรัฐจะกำหนดให้สภาคองเกรสเป็นผู้มีอำนาจประกาศสงคราม แต่ข้อจำกัดดังกล่าวไม่ครอบคลุมปฏิบัติการทางทหารระยะสั้น หรือกรณีที่ประเทศเผชิญภัยคุกคามเร่งด่วน
ขณะเดียวกัน Hakeem Jeffries ผู้นำเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องให้มีการลงมติในสภาเช่นกัน โดยระบุว่า “เราต้องยุติสงครามที่เสี่ยงอันตรายและไร้ความจำเป็นของโดนัลด์ ทรัมป์อย่างถาวร”
อ้างอิง : reuters
ที่มา : การเงินธนาคาร








