“IEA-IMF-ธนาคารโลก” นัดถกวิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่าน 13 เม.ย. ชี้วิกฤตน้ำมันครั้งนี้อาจหนักกว่าปี 1973-2022 รวมกัน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้นำจาก International Energy Agency (IEA), International Monetary Fund (IMF) และ World Bank เตรียมหารือร่วมกันในวันจันทร์หน้า เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานโลกที่เกิดจากสงครามอิหร่าน โดย Fatih Birol ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือรัฐบาลทั่วโลกที่กำลังเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ก่อนหน้านี้ Birol พร้อมด้วย Kristalina Georgieva และ Ajay Banga ได้ตกลงจัดตั้งกลุ่มประสานงาน เพื่อรับมือกับความปั่นป่วนด้านพลังงานในภูมิภาค ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนอุปทานครั้งใหญ่ในตลาดพลังงานโลก
กลไกความร่วมมือดังกล่าวอาจครอบคลุมการให้คำแนะนำเชิงนโยบาย การประเมินความต้องการด้านเงินทุน รวมถึงการสนับสนุนทางการเงิน เช่น เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือดอกเบี้ยศูนย์ และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงในรูปแบบต่าง ๆ
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำขู่ต่ออิหร่านให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้นจะเผชิญการตอบโต้รุนแรง โดยช่องแคบดังกล่าวเป็นเส้นทางสำคัญที่มีการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราวหนึ่งในห้าของโลก
Birol ยังให้สัมภาษณ์กับสื่อฝรั่งเศสว่า วิกฤตน้ำมันและก๊าซในปัจจุบัน ซึ่งเกิดจากการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านนั้น “รุนแรงยิ่งกว่าวิกฤตในปี 1973, 1979 และ 2022 รวมกัน” สะท้อนถึงระดับความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้างอย่างมีนัยสำคัญ
อ้างอิง : reuters.com
ที่มา : การเงินธนาคาร








