ข่าวสารการลงทุน

BRICS+ ถือครองทองคำกว่า 17% ของโลก สะท้อนการเปลี่ยนยุทธศาสตร์สำรองระหว่างประเทศ

08 เมษายน 2569|10:37 น.

รายงานล่าสุดระบุว่า กลุ่มประเทศ BRICS+ ถือครองทองคำรวมกันมากกว่า 17% ของทุนสำรองทองคำทั่วโลก ท่ามกลางแนวโน้มที่ธนาคารกลางทั่วโลกเร่งสะสมทองคำในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางซื้อทองคำเฉลี่ยปีละประมาณ 1,000 ตัน และแนวโน้มดังกล่าวยังคงต่อเนื่องเข้าสู่ปี 2026

แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะ BRICS+ ซึ่งใช้ทองคำเป็นเครื่องมือหลักในการป้องกันความเสี่ยงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

รายงานของ EBC Financial Group ประเมินว่า กลุ่ม BRICS+ ปัจจุบันถือครองทองคำราว 6,000 ตัน หรือคิดเป็น 17.4% ของทุนสำรองทองคำโลก เพิ่มขึ้นจาก 11.2% ในปี 2019 โดยรัสเซียถือครองมากที่สุดที่ 2,336 ตัน รองลงมาคือจีน 2,298 ตัน และอินเดีย 880 ตัน

ในช่วงปี 2020–2024 กลุ่ม BRICS+ มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งของการซื้อทองคำทั้งหมดของธนาคารกลางทั่วโลก สะท้อน “การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง” ของกลยุทธ์การถือครองทุนสำรอง ซึ่งเริ่มชัดเจนหลังมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของชาติตะวันตกในปี 2022 โดยหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ปริมาณการซื้อทองคำของธนาคารกลางเพิ่มขึ้นจากราว 500 ตัน เป็น 1,000 ตันต่อปี

บทบาทดอลลาร์ลดลง หนุนทองคำในพอร์ตสำรอง

รายงานยังชี้ว่า การสะสมทองคำเป็นเพียงด้านหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง ขณะที่อีกด้านคือบทบาทของเงินดอลลาร์สหรัฐในทุนสำรองโลกที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก International Monetary Fund ระบุว่า สัดส่วนเงินดอลลาร์ในทุนสำรองโลกลดลงจาก 71% ในปี 1999 เหลือประมาณ 57% ณ สิ้นปี 2025 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1994

ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางทั่วโลกถือครองสินทรัพย์สกุลดอลลาร์แทบไม่เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ปี 2014 ขณะที่สัดส่วนทองคำในทุนสำรองทางการเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า จากต่ำกว่า 10% ในปี 2015 เป็นมากกว่า 23% ในปัจจุบัน แม้ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ก็สะท้อนชัดเจนว่าธนาคารกลางเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางยิ่งเร่งให้แนวโน้มนี้ชัดเจนขึ้น

นอกจากนี้ ผลสำรวจปี 2025 ของ World Gold Council พบว่า 73% ของธนาคารกลางทั่วโลกเชื่อว่าสัดส่วนของเงินดอลลาร์จะลดลงต่อไปในอีก 5 ปีข้างหน้า และ 43% มีแผนเพิ่มการถือครองทองคำ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

รายงานระบุว่า แนวโน้มการซื้อทองคำในอนาคตจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยสำคัญ ได้แก่

  • จีนจะกลับมาเปิดเผยข้อมูลการเพิ่มทุนสำรองทองคำหรือไม่ หลังจากไม่ได้รายงานอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 แม้ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าธนาคารกลางจีนซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเวลา 17 เดือนจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม
  • ประเทศอย่างซาอุดีอาระเบียหรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะเพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรองตามแนวทางของรัสเซียและจีนหรือไม่ โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียที่ถูกมองว่าเป็น “ตัวแปรสำคัญ” เนื่องจากหากเพิ่มสัดส่วนทองคำเพียง 5% จะต้องซื้อทองคำในปริมาณเทียบเท่าความต้องการจากธนาคารกลางทั่วโลกทั้งปี 2026 จากผู้ซื้อเพียงรายเดียว

นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาการประกาศข้อมูลทุนสำรองระหว่างประเทศครั้งถัดไปของ IMF ซึ่งหากสัดส่วนเงินดอลลาร์ยังลดลงต่อเนื่อง จะยิ่งตอกย้ำแนวโน้มที่หนุนความต้องการทองคำในระดับประเทศทั่วโลก

อ้างอิง : Mining.com

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
world bank iea imf

“IEA-IMF-ธนาคารโลก” นัดถกวิกฤตพลังงาน 13 เม.ย. เตือนรุนแรงกว่าปี 1973-2022 รวมกัน

14:44 น.

 
pboc

‘แบงก์ชาติจีน’ เดินหน้าเก็บทองต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 สวนทางตลาดโลก

10:45 น.

 
usa iran

สภาความมั่นคงอิหร่านออกแถลงการณ์หยุดยิงกับสหรัฐฯ เป็นเวลา 2 สัปดาห์

10:30 น.

 
trump getty

ทรัมป์ประกาศพักโจมตีอิหร่าน 2 สัปดาห์ หลังปากีสถานไกล่เกลี่ย เปิดทางเจรจาสันติภาพ

10:29 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า