“อิหร่าน” ไม่รับข้อเสนอหยุดยิงของสหรัฐ ย้ำต้องยุติสงครามถาวร พร้อมเสนอแผน 10 ข้อ ครอบคลุมทั้งการเมือง-พลังงาน-ความมั่นคง
วันที่ 7 เมษายน 2569 สำนักข่าว The Jerusalem Post รายงานว่า อิหร่านได้เสนอแผน 10 ข้อเพื่อยุติสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยมีข้อเรียกร้องสำคัญให้ยุติการโจมตีทั้งหมดอย่างถาวร แทนการหยุดยิงชั่วคราว รวมถึงให้ยุติการโจมตีของอิสราเอลต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน และยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด โดยอ้างข้อมูลจาก The New York Times ที่อ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่อิหร่านระดับสูง
ข้อเสนอดังกล่าวถูกส่งถึงสหรัฐฯ ผ่าน Pakistan ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจา เพื่อตอบโต้ข้อเสนอหยุดยิงชั่วคราวของสหรัฐฯ ขณะที่ IRNA ระบุว่า อิหร่านยืนยันจะยอมรับได้เฉพาะการยุติสงครามอย่างถาวรเท่านั้น
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว Hindustan Times รายงานเพิ่มเติมว่า หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของแผนดังกล่าวคือ อิหร่านพร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานหลักของโลก แต่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมราว 2 ล้านดอลลาร์ต่อเรือ โดยรายได้จะถูกแบ่งให้ Oman และนำไปใช้ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ได้รับความเสียหายจากสงคราม แทนการเรียกร้องค่าชดเชยโดยตรง
รายงานยังระบุว่า ข้อเสนอของอิหร่านครอบคลุมประเด็นด้านความมั่นคงในวงกว้าง เช่น การยุติความขัดแย้งในภูมิภาค การรับรองสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมภายใต้กรอบสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) และการจัดตั้งกลไกเพื่อรับประกันความปลอดภัยของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ข้อเสนอของอิหร่านถือเป็น “ก้าวที่มีนัยสำคัญ” แต่ยัง “ไม่ดีพอ” พร้อมย้ำเส้นตายให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในคืนวันอังคาร มิฉะนั้นอาจเผชิญการตอบโต้ทางทหารเพิ่มเติม
ทั้งนี้สรุปประเด็นสำคัญจากแผน 10 ข้อของอิหร่าน ได้แก่
- ยุติสงคราม “ถาวร” ไม่ใช่แค่หยุดยิง
- ยุติการโจมตีทั้งหมดของสหรัฐฯ และอิสราเอล
- ยุติการโจมตีของอิสราเอลต่อ Hezbollah ในเลบานอน
- ยุติความขัดแย้งในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับพันธมิตรอิหร่าน
- ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด
- รับรองสิทธิอิหร่านในการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ภายใต้ NPT
- จัดตั้งระบบดูแลความปลอดภัยการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
- อิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
- แต่จะเรียกเก็บค่าผ่านทางราว 2 ล้านดอลลาร์ต่อเรือ (แบ่งให้โอมาน)
- นำรายได้ไปฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน แทนการเรียกร้องค่าชดเชยสงคราม
อ้างอิง : jpost.com, hindustantimes.com
ที่มา : การเงินธนาคาร








