IMF-World Bank-IEA เตรียมตั้งกลุ่มประสานงานฉุกเฉิน หลังสงครามตะวันออกกลางกระทบพลังงาน อาหาร เงินเฟ้อ และค่าเงินทั่วโลก เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
วันที่ 2 เมษายน 259 เวลา 03.35 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สงครามในตะวันออกกลางไม่ได้กระทบเฉพาะภูมิภาค แต่กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วเศรษฐกิจโลก ล่าสุดผู้นำของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารโลก (World Bank) และสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประกาศจัดตั้งกลุ่มประสานงานร่วม เพื่อรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจและพลังงานจากสงคราม ซึ่งทั้งสามองค์กรระบุว่า วิกฤตครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดการขาดแคลนอุปทานพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ตลาดพลังงานโลก
การที่องค์กรเศรษฐกิจโลก 3 แห่งต้องตั้งกลุ่มร่วมกันถือเป็นสัญญาณสำคัญว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงความขัดแย้งทางทหาร แต่กำลังพัฒนาเป็นความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจโลกโดยตรง
วิกฤตพลังงานกำลังลามเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ
สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ก่อนที่ความขัดแย้งจะลุกลามไปทั่วภูมิภาค ส่งผลให้เส้นทางพลังงานสำคัญของโลกได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ผลกระทบเริ่มปรากฏชัดในหลายด้าน ได้แก่ ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ราคาก๊าซเพิ่มขึ้น ราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงราคาอาหารเพิ่มขึ้น และห่วงโซ่อุปทานสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ฮีเลียม ฟอสเฟต อะลูมิเนียม ถูกกระทบ การท่องเที่ยวในหลายประเทศได้รับผลกระทบ
องค์กรทั้งสามระบุว่า ผลกระทบของสงครามครั้งนี้มีลักษณะไม่สมมาตร (asymmetric impact) กล่าวคือ ประเทศผู้นำเข้าพลังงาน โดยเฉพาะประเทศรายได้น้อย จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพราะต้องเผชิญทั้งราคาพลังงานสูง เงินเฟ้อ และค่าเงินอ่อนค่า
เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยสูง เศรษฐกิจเสี่ยงโตช้า
อีกประเด็นที่องค์กรระหว่างประเทศกังวล คือ ผลกระทบต่อระบบการเงินโลก เพราะเมื่อราคาพลังงานสูงขึ้น จะทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นตาม ส่งผลให้ธนาคารกลางหลายประเทศอาจต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น
IMF, World Bank และ IEA ระบุว่า ความผันผวนของตลาด การอ่อนค่าของสกุลเงินในประเทศเกิดใหม่ และความกังวลต่อเงินเฟ้อ อาจทำให้โลกเข้าสู่ภาวะดอกเบี้ยสูง การเติบโตต่ำ และความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย
นี่คือสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า Stagflation risk หรือความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอแต่เงินเฟ้อสูง
กลุ่มประสานงานใหม่จะทำอะไร
กลุ่มประสานงานที่ตั้งขึ้นจะมีหน้าที่สำคัญ เช่น ประเมินผลกระทบเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ วิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน ประสานนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ให้คำแนะนำด้านนโยบาย จัดหาเงินช่วยเหลือ ให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือดอกเบี้ย 0% และพัฒนาเครื่องมือบริหารความเสี่ยง เป้าหมายหลักคือ ป้องกันไม่ให้วิกฤตพลังงานกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลก
ที่มา : การเงินธนาคาร
อ้างอิง : reuters.com








