ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากร่วงลงอย่างหนักในวันจันทร์ ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจลุกลามไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค ขณะเดียวกัน สัญญาณตึงเครียดยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อสมาชิกสภานิติบัญญัติอิหร่านปฏิเสธความเป็นไปได้ในการเจรจากับสหรัฐฯ
น้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากก่อนหน้านี้ร่วงลงถึง 11% ในวันจันทร์ ภายหลัง ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เลื่อนแผนโจมตีโครงสร้างพลังงานของอิหร่านออกไป 5 วัน โดยอ้างว่ามีการเจรจากับเตหะราน อย่างไรก็ตาม อิหร่านออกมาปฏิเสธว่าการเจรจาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้น ขณะที่อิสราเอลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีต่อเนื่อง ด้านน้ำมันดิบสหรัฐ WTI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 4%
รายงานระบุว่าพันธมิตรของสหรัฐในอ่าวเปอร์เซียเริ่มมีแนวโน้มเข้าร่วมความขัดแย้ง โดยเฉพาะ มุฮัมมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ที่มีแนวโน้มตัดสินใจเข้าร่วมการโจมตีเพื่อฟื้นฟูอำนาจการยับยั้ง ขณะที่ อาลี นิคซาด รองประธานสภาผู้แทนอิหร่านยืนยันว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะไม่กลับสู่ภาวะเดิม และจะไม่มีการเจรจากับวอชิงตัน
ราคาน้ำมันเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 40% ในเดือนนี้ จากความกังวลว่าสงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน จะนำไปสู่วิกฤตพลังงานโลกและเร่งเงินเฟ้อ โดยความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียต้องลดกำลังการผลิตลงหลายล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เช่น ดีเซลและน้ำมันเครื่องบิน ปรับตัวขึ้นแรงกว่าน้ำมันดิบ ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลหลายประเทศ
Goldman Sachs Group Inc. เตือนว่าหากสถานการณ์ตึงตัวนี้ยืดเยื้อ ความตึงตัวด้านอุปทานในตะวันออกกลางและเอเชียอาจลุกลามไปทั่วโลก และอาจจำเป็นต้องเกิดการชะลอตัวของอุปสงค์เพื่อปรับสมดุลตลาด ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าอิหร่านกำลังพิจารณาข้อความที่ได้รับจากสหรัฐผ่านตัวกลาง และมีการโจมตีโครงสร้างก๊าซในเมืองอิสฟาฮาน
นักวิเคราะห์จาก RBC Capital Markets LLC มองว่ายังไม่ชัดเจนว่าการเจรจาลับมีความคืบหน้าเพียงใด โดยเฉพาะเมื่อกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างเข้มงวด พร้อมชี้ว่าปัจจัยสำคัญที่แท้จริงต่อตลาดคือการเคลื่อนไหวของเรือขนส่งมากกว่าคำแถลงทางการเมือง
แม้จะมีเรือบางส่วนสามารถออกจากอ่าวเปอร์เซียได้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่การจราจรส่วนใหญ่ยังคงหยุดชะงัก ขณะที่ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยขู่โจมตีโครงสร้างพลังงานของอิหร่าน หากช่องแคบฮอร์มุซไม่กลับมาเปิดใช้งานเต็มรูปแบบภายใน 48 ชั่วโมง โดยการตัดสินใจชะลอการโจมตีถูกมองว่าเป็นความพยายามควบคุมราคาน้ำมัน ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าราคาน้ำมันจะปรับลดลงทันทีหากบรรลุข้อตกลง
ผู้นำสหรัฐยังเสนอแนวคิดให้สหรัฐและอิหร่านร่วมกันควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญเชื่อมตลาดพลังงานโลก อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลงท่าทีของสหรัฐอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนเกิดความเหนื่อยล้าและลดการซื้อขายลง ท่ามกลางกระแสข่าวที่ขัดแย้งกัน
นักวิเคราะห์มองว่าทางออกผ่านการเจรจาอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แม้จะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก โดย Will Todman จาก Center for Strategic and International Studies ระบุว่า อิหร่านจะเข้าสู่การเจรจาด้วยความระแวงสูง เนื่องจากเกรงว่าสหรัฐอาจเพียงถ่วงเวลาเพื่อเสริมกำลังทางทหารในภูมิภาคเพิ่มเติม
ที่มา : Bloomberg, Yahoo Finance








