สิ่งที่ควรรู้จากการประชุมเฟดครั้งนี้
ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 17-18 มีนาคม 2569 มีมติ 11 ต่อ 1 ตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50%–3.75% เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ สตีเฟน มิแรน โหวตให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้
Dot Plot หรือการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ปี 2569-2570 เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยปีละ 0.25% หรือปีละ 1 ครั้ง ไม่เปลี่ยนแปลงจากประมาณการในเดือนธันวาคม 2568
แต่เฟดได้ปรับเพิ่มอัตราเงินเฟ้อ Core PCE ในปี 2569, 2570 และ 2571 อยู่ที่ระดับ 2.7%, 2.2% และ 2.0% ตามลำดับ จากคาดการณ์เดือนธันวาคมที่ระดับ 2.5%, 2.1% และ 2.0% ตามลำดับ สะท้อนถึงเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งสูงขึ้นกว่าเฟดคาด
เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด แถลงว่า ความไม่แน่นอนของสงครามอิหร่านอาจทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เฟดกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เนื่องจากต้องรับมือกับความเสี่ยงที่ตลาดแรงงานจะอยู่ในช่วงขาลงและความเสี่ยงเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้การตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นเรื่องยาก
แนวโน้มราคาทอง
แนวโน้มราคาทองคำระยะสั้นเป็นขาลง และขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญ มีผลต่อเนื่องถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟดในอนาคต ซึ่งราคาน้ำมันดิบเบรนท์เมื่อวานพุ่งขึ้นเกือบ 4% ปิดที่ 107.38 ดอลลาร์ และเช้าวันนี้ทะลุ 110 ดอลลาร์ เนื่องจากอิสราเอลได้โจมตีคลังเก็บก๊าซและน้ำมันของอิหร่าน อิหร่านตอบโต้กลับจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และ UAE ทำให้ราคาทองคำปรับตัวลง 3.7% ทองคำมีแนวรับที่ 4,760-4,800 ดอลลาร์ ถ้าหลุดแนวรับดังกล่าวจะมีแนวรับสำคัญที่ 4,650 ดอลลาร์ ถ้าราคาทองลงแรงถึงแนวรับดังกล่าวคาดจะปรับขึ้นแรง ขณะที่มีแนวต้านที่ 4,900 ดอลลาร์ และแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยา 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยมีแนวรับที่ 74,400-74,800 บาทและ 73,300 บาท ส่วนแนวต้านที่ 75,800 บาท และ 76,800 บาท แนะนำ Wait & See หรืออาจแบ่งเงินลงทุนทยอยซื้อบางส่วนที่ 74,400-74,800 บาท และซื้อเพิ่มมากกว่าครึ่งหนึ่งของพอร์ตที่ราคา 73,300 บาท










