รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเดินเกมขอเลื่อนกระบวนการพิจารณาคดีเกี่ยวกับการคืนเงินภาษีนำเข้าหลายพันล้านดอลลาร์ หลังจากที่ศาลสูงสหรัฐมีคำวินิจฉัยให้ภาษีดังกล่าวเป็นโมฆะ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ทางกฎหมายระยะถัดไปที่เข้มข้นมากขึ้น
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (DOJ) ได้ยื่นคำร้องขอให้ชะลอการพิจารณาคดีในศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ (US Court of International Trade) ออกไปนานสูงสุดถึง 4 เดือน ก่อนจะเริ่มกระบวนการพิจารณาเรื่องการคืนเงินอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลว่าคดีมีความซับซ้อนสูงและควรดำเนินการอย่างรอบคอบ ไม่เร่งรีบเกินไป ทั้งยังระบุว่ากระบวนการคืนเงินจำนวนมากเช่นนี้ในอดีตเคยใช้เวลาหลายปี
แม้ฝ่ายรัฐบาลจะยอมรับโดยนัยว่ากระบวนการคืนเงินจะต้องเกิดขึ้นภายหลังความพ่ายแพ้ในศาลสูง แต่เอกสารคำร้องไม่ได้รับประกันอย่างชัดเจนว่าจะคืนเงินเต็มจำนวนให้ผู้นำเข้าทุกราย ขณะเดียวกัน DOJ ให้เหตุผลว่าการเลื่อนเวลาไม่น่าจะสร้างความเสียหายแก่ภาคธุรกิจ เพราะความเสียหายทางการเงินสามารถเยียวยาได้ด้วยการจ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ย
ก่อนหน้านี้ ระหว่างที่คดียังอยู่ระหว่างพิจารณา รัฐบาลเคยได้รับอนุญาตให้จัดเก็บภาษีต่อไป โดยให้คำมั่นว่าหากผู้ฟ้องชนะคดีจะได้รับเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ของ Bloomberg Economics ผู้นำเข้าได้ชำระภาษีที่ถูกโต้แย้งไปแล้วประมาณ 170,000 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่ศาลสูงจะมีคำตัดสิน
คำตัดสินของศาลสูงสหรัฐเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 ไม่ได้ระบุแนวทางชัดเจนเกี่ยวกับการคืนเงิน ส่งผลให้ประเด็นดังกล่าวต้องกลับไปให้ศาลการค้าฯ ในนครนิวยอร์กเป็นผู้พิจารณา อย่างไรก็ตาม กระบวนการยังไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ทันที เพราะต้องรอให้ทั้งศาลสูงและศาลอุทธรณ์สหรัฐภาค Federal Circuit ปิดกระบวนการอย่างเป็นทางการก่อน ซึ่งอาจใช้เวลาสูงสุดราว 32 วัน
ฝ่ายผู้นำเข้าซึ่งเป็นโจทก์พยายามผลักดันให้ศาลเร่งกำหนดกรอบเวลาพิจารณาคดีโดยเร็ว ขณะที่รัฐบาลต้องการให้มีการรอเพิ่มเติมอีก 90 วันหลังคำพิพากษามีผลสมบูรณ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติพิจารณาทางเลือกเชิงนโยบาย ทั้งยังวิจารณ์ฝ่ายบริษัทว่าต้องการเร่งคดีด้วยเหตุผลด้านภาพลักษณ์
สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้น เมื่อรัฐบาลทรัมป์ได้ออกมาตรการภาษีชุดใหม่ภายใต้ฐานกฎหมายคนละฉบับ หลังคำตัดสินของศาลสูง โดยให้เหตุผลว่าภาษีที่ถูกตัดสินว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายได้ถูกแทนที่ด้วยมาตรการใหม่ที่เข้มข้นกว่า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังไม่ได้ชี้แจงชัดเจนว่าภาษีชุดใหม่มีผลอย่างไรต่อภาระการคืนเงินในอดีต
ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณว่าอาจต่อสู้ประเด็นการคืนเงินต่อไป โดยระบุว่าประเด็นนี้ “คงต้องดำเนินคดีต่อ” และแสดงความเห็นในโซเชียลมีเดียว่าการคืนเงินอาจเป็น “โชคลาภที่ไม่สมควรได้รับ” พร้อมตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ในการพิจารณาคดีใหม่
จนถึงขณะนี้ มีการยื่นฟ้องคดีเกี่ยวกับภาษีดังกล่าวมากกว่า 2,000 คดี โดยส่วนใหญ่ยื่นต่อศาลการค้าฯ หลังศาลสูงรับฟังคำโต้แย้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และก่อนหน้านี้ศาลได้สั่งพักการพิจารณาคดีทั้งหมดจนกว่าจะมีคำตัดสินจากศาลสูง
ตามกฎหมาย ผู้นำเข้าเท่านั้นที่สามารถยื่นขอคืนเงินจากหน่วยงานศุลกากรได้โดยตรง แต่ล่าสุดผู้บริโภคได้เริ่มยื่นฟ้องแบบกลุ่ม (class action) เพื่อเรียกร้องชดเชยจากราคาสินค้าที่สูงขึ้น หลังธุรกิจผลักภาระภาษีไปยังผู้บริโภค
โดยคดีหลักในประเด็นนี้คือ V.O.S. Selections Inc. v. Trump หมายเลขคดี 25-1812 ในศาลอุทธรณ์สหรัฐภาค Federal Circuit ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางสำคัญของภาระการคืนเงินภาษีนำเข้าในระดับมหภาคต่อไป และอาจมีผลกระทบเชิงนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐในวงกว้าง
แหล่งที่มา : Bloomberg








