ข่าวสารการลงทุน

ความปั่นป่วนยังไม่จบ: 3 ความไม่แน่นอนหลังศาลฎีกาล้มภาษีทรัมป์ เป้าหมายทองคำ $5,585 ทองไทย 81,350 บาท

26 กุมภาพันธ์ 2569|15:57 น.

โดยคุณศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา
ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด

ราคาทองคำปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์ ทำให้เกิด 3 ความไม่แน่นอนหนุนแรงซื้อทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย คือ 1.ความไม่แน่นอนของภาษีนำเข้าทรัมป์ 2.ความไม่แน่นอนของดีลการค้า 3.ความไม่แน่นอนของการคืนเงินภาษี IEEPA ที่น่าสังเกตคือกองทุนอีทีเอฟทองคำ SPDR กลับมาซื้อทองคำหลังคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ 3 วันติดต่อกันสูง 18.87 ตัน

1. ความไม่แน่นอนของภาษีนำเข้าทรัมป์

ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 6-3 ประกาศยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์ เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์โดยมีคำวินิจฉัยว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการกำหนดมาตรการภาษีโดยอาศัยกฎหมาย IEEPA

เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังศาลฎีกามีคำวินิจฉัย ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% ก่อนที่จะปรับขึ้นอัตราภาษีเป็น 15% ในวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ทรัมป์อาศัยอำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งมอบอำนาจด้านภาษีแก่ประธานาธิบดีเพื่อจัดการกับปัญหาการขาดดุลการค้า ทั้งนี้ในทางปฎิบัติจริงสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันอังคารที่  24 กุมภาพันธ์ ยังไม่ใช่อัตรา 15% อย่างที่ทรัมป์ประกาศแข็งกร้าว แต่เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) กล่าวว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าบางประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 15% หรือสูงกว่านั้น โดยไม่ได้ระบุว่าประเทศคู่ค้ารายใดจะถูกเก็บภาษีเพิ่มเติม

ประธานาธิบดียังมีแหล่งอำนาจทางกฎหมายอื่น ๆ ที่สามารถใช้ในการกำหนดภาษีนำเข้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสเพิ่มเติม แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มแรก คือ อำนาจที่ต้องให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางทำการสอบสวนก่อน แต่แทบไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับระดับภาษีที่สามารถกำหนดได้ในท้ายที่สุด ได้แก่ มาตรา 201 ว่าด้วยการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ มาตรา 232 ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ และมาตรา 301 ว่าด้วยการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม

กลุ่มที่ 2 คือ มาตรา 122 ซึ่งให้อำนาจชั่วคราวในการกำหนดภาษีโดยไม่ต้องมีการสอบสวน แต่มีข้อจำกัดคือ อัตราภาษีต้องไม่เกิน 15% และใช้ได้เพียง 150 วันเท่านั้น และหากต้องการขยายต้องขออนุมัติจากสภาคองเกรส

นอกจากนี้ยังมีมาตรา 338 ของกฎหมาย Tariff Act ปี 1930 (หรือที่เรียกว่า Smoot-Hawley) ซึ่งจะอนุญาตให้ประธานาธิบดีสามารถกำหนดภาษีได้สูงถึง 50% โดยไม่ต้องมีการสอบสวนและไม่มีข้อจำกัดด้านระยะเวลา

ดังนั้นยังมีความไม่แน่นอนในเรื่องอัตราภาษีนำเข้า แม้ว่าทรัมป์ท่าทียอมถอย TACO แข็งกร้าวลดน้อยลง ตอนนี้ทรัมป์ใช้มาตรา 122 แต่มีข้อจำกัดคือ อัตราภาษีต้องไม่เกิน 15% และใช้ได้เพียง 150 วันเท่านั้น หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร ทรัมป์จะเลือกใช้มาตราอื่นๆ อีกหรือไม่ ฮั่วเซ่งเฮงคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าทรัมป์อาจเลือกใช้มาตรา 301 เก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่สูงกับบางประเทศ ซึ่งในปี 2018 เป็นจุดเริ่มต้นสงครามการค้าโลก ทรัมป์ใช้มาตรา 301  เพื่อเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เริ่มต้นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่วนกรณีสุดโต่งคาดว่ามีความเป็นไปได้น้อย แต่ถ้าทรัมป์เลือกใช้มาตรา 338 หรือ Smoot-Hawley ถือว่าเป็นการทำสงครามการค้าที่รุนแรงมาก

2. ความไม่แน่นอนของดีลการค้า

คำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ และการตอบโต้ของทรัมป์ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนของการค้าโลกและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกครั้งใหม่ หลังจากปีที่แล้วการประกาศขึ้นภาษีของทรัมป์ ทำให้ตลาดการเงินปั่นป่วนและเศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอน ล่าสุดสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% เพื่อให้สงครามการค้ายังดำเนินต่อไปได้ แต่ประเทศคู่ค้าที่ได้มีการเจรจาบรรลุดีลการค้าไปแล้ว ทำให้เกิดคำถามว่าต้องมีการเจรจากันใหม่หรือไม่ ในเมื่อมี 9 ประเทศที่ได้ประโยชน์จากภาษีนำเข้าลดลง ได้แก่ จีน บราซิล อินเดีย เวียดนาม ไทย ไต้หวัน มาเลเซีย เม็กซิโก แคนาดา ถึงแม้ว่าตอนนี้ทรัมป์ยอมถอยจากอัตราภาษีนำเข้า 15% เหลือ 10% แต่มีแผนที่จะเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าเป็น 15% หรือสูงกว่ากับบางประเทศ ประเมินว่าคำตัดสินของศาลฎีกาครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ประเทศคู่ค้ามีอำนาจต่อรองมากขึ้นในการเจรจาข้อตกลงใหม่

3. ความไม่แน่นอนของการคืนเงินภาษี IEEPA

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ อาจต้องคืนรายได้จากภาษี IEEPA มูลค่ามหาศาลกว่า 1.75 แสนล้านดอลลาร์ให้กับผู้นำเข้า อ้างอิงการประเมินของ Penn-Wharton Budget Model แต่ศาลฎีกาสหรัฐฯ ไม่ได้ระบุวิธีคืนเงินที่ชัดเจน โดยผู้พิพากษา Brett Kavanaugh ให้ความเห็นแย้งว่า การคืนเงินจะมีผลกระทบในทางปฏิบัติอย่างมาก และยอมรับว่ากระบวนการนี้น่าจะยุ่งเหยิง ขณะนี้คดีถูกส่งกลับไปยังศาลการค้าระหว่างประเทศเพื่อกำหนดรายละเอียดการคืนเงิน

การคืนเงินภาษี IEEPA คาดจะใช้เวลานาน และผู้นำเข้าต้องดำเนินการทางกฎหมายเองเพื่อให้ได้เงินคืน ขณะนี้มีผู้นำเข้ายื่นฟ้องแล้วมากกว่า 1,000 คดี และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก โดยศาลมีอำนาจสั่งให้รัฐบาลคืนเงินพร้อมดอกเบี้ย ซึ่งฝ่ายบริหารของทรัมป์ระบุว่าจะไม่คัดค้าน ผู้นำเข้าแต่ละรายอาจต้องยื่นฟ้องเองภายใน 2 ปี เพื่อเรียกร้องเงินคืน และอาจไม่สามารถใช้คดีแบบกลุ่มได้ กระบวนการนี้อาจกระทบธุรกิจขนาดเล็กมากกว่าบริษัทขนาดใหญ่ เนื่องจากมีต้นทุนทางกฎหมายสูง

เป้าหมายราคาทองคำ $5,585 ทองไทย 81,350 บาท

ราคาทองคำทางด้านเทคนิคในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ในช่วงของการปรับฐาน และมีการเคลื่อนไหวในรูปแบบสามเหลี่ยมขาขึ้น (Ascending Triangle) จุดต่ำสุดยกสูงขึ้น แต่จุดสูงสุดหรือแนวต้านเป็นเส้นแนวนอนอยู่ที่ 5,090-5,100 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวต้านที่ขึ้นไปทดสอบหลายครั้งไม่สามารถผ่านขึ้นได้ ในที่สุดวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ราคาทองสามารถทะลุแนวต้าน 5,090-5,100 ดอลลาร์ได้ ทำให้คาดว่าราคาทองคำจะปรับขึ้นได้ราว 495 ดอลลาร์ เป้าหมายราคาทองคำอยู่ที่ 5,585 ดอลลาร์ ราคาทองไทย 81,350 บาท

image 323
ที่มา : Aspen, กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
dollar

หนี้โลกปี 68 พุ่ง 348 ล้านล้านดอลล์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รัฐเร่งกู้กระตุ้นเศรษฐกิจ

14:52 น.

 
iran nuclear bloomberg

อิหร่าน-โอมาน หารือล่วงหน้า ก่อนเปิดฉากเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่าน รอบสามที่เจนีวา

11:39 น.

 
jpmorgan

JPMorgan คาดราคาทองพุ่งแตะ $6,300 ปีนี้ รับดีมานด์ธนาคารกลาง-นักลงทุน

11:24 น.

 
BoAF

Bank of America คาดการณ์ทอง $6,000 ภายใน 12 เดือน ท่ามกลางเกมอำนาจเฟด และความไม่แน่นอนที่กำลังก่อตัว

11:15 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า