โดยคุณศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา
ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
ปี 2568 ทองโลกให้ผลตอบแทน 64% ปิดที่ 4,318 ดอลลาร์ เป็นผลตอบแทนสูงสุดในรอบ 46 ปี และขึ้นแท่นอันดับ 2 รองจากโลหะเงิน สูงสุดท่ามกลางสินทรัพย์อื่นๆ ราคาทองโลกสามารถปรับขึ้นทะลุ 3,000 ดอลลาร์ในเดือนมีนาคม ผ่านมา 7 เดือนปรับขึ้นทะลุ 4,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม ในที่สุดทะลุ 4,400 ดอลลาร์ในช่วงปลายปีและทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์แตะ 4,549 ดอลลาร์ ทองไทยให้ผลตอบแทน 53% ปิดที่ 64,950 บาท และทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ 67,400 บาท
ผลตอบแทนสินทรัพย์ในปี 2568

5 ที่สุดของ “ทองคำ” ในปี 2568
- ราคาทองโลกทำ All-time high ที่ 4,549 ดอลลาร์ ผลตอบแทน 73% สูงสุดในรอบ 46 ปี
- ราคาทองโลกปรับขึ้นทำ All-time high ราว 54 ครั้ง
- ราคาทองไทยทำ All-time high ที่ 67,400 บาท ผลตอบแทน 59%
- ETF ทองคำ ถือครองทองสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 3,968 ตัน ณ.วันที่ 19 ธ.ค. 2568
- Fund Flow ไหลเข้า ETF ทองคำ 748 ตัน (ถึงวันที่ 19 ธ.ค. 2568) สูงสุดในรอบ 5 ปี
ปัจจัยหลักที่ราคาทองคำในปี 2568 พุ่งขึ้นแรง คือความไม่แน่นอนของนโยบายทรัมป์ 2.0 โดยเฉพาะนโยบายภาษีนำเข้าทรัมป์นำไปสู่ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและความผันผวนของตลาดการเงินทั่วโลก ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้เกิดแรงซื้อทองคำอย่างมหาศาลที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จากนักลงทุนทุกกลุ่ม ทั้งนักลงทุนรายย่อย กองทุนอีทีเอฟทองคำ และธนาคารกลางทั่วโลก
4 ประเด็นร้อน “ทองคำ” ปี 2569
- ประธานเฟดคนใหม่ กรรมการ FOMC ชุดใหม่ กดดอกเบี้ยขาลง
- ETF ทองคำ หรือ ธนาคารกลาง จะขับเคลื่อนราคาทองคำ
- ผู้เล่นรายใหม่ในตลาดทองคำ
- ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
ประธานเฟดคนใหม่ กดดอกเบี้ยขาลง
ทรัมป์จะประกาศชื่อประธานเฟดคนใหม่ในต้นปี 2569 โดยทรัมป์ได้เสนอชื่อผู้ที่อาจเข้ามาประธานเฟดคนใหม่ ได้แก่ 1. เควิน แฮสเซ็ตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ ท่านนี้ถูกจับตามองว่าอาจเป็นตัวเต็งในการขึ้นเป็นประธานเฟดคนต่อไป 2. เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟด 3. ผู้ว่าการเฟด คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ และสก็อต เบสเซนต์ รมว.กระทรวงการคลัง
ก่อนหน้านี้เควิน แฮสเซตต์ ตัวเต็งอันดับ 1 มาแรงช่วงแรก แต่เริ่มกระแสเริ่มแผ่วลง หลังจากเริ่มมีกระแสต่อต้านจากผู้ใกล้ชิดของทรัมป์ ตัวเต็งทุกท่านที่ทรัมป์เสนอย่อมมีแนวนโยบายลดดอกเบี้ยในเชิงรุกสนองตามนโยบายของทรัมป์ ดังนั้นประธานเฟดคนใหม่ไม่ว่าจะเป็นใครก็คาดว่าจะมีนโยบายลดดอกเบี้ยมากกว่าพาวเวล ประธานเฟด ท่านปัจจุบันที่จะครบวาระในเดือนพฤษภาคม 2569
คำถามคือ เจอโรม พาวเวล วาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม 2569 แต่จะยังมีวาระอีก 2 ปีในตำแหน่งผู้ว่าการเฟด พาวเวลจะยังคงอยู่ในตำแหน่งผู้ว่าการต่อไปหรือไม่ ขณะที่พาวเวลปฏิเสธที่จะตอบ ทำให้เกิดการคาดเดามากขึ้นเรื่อย ๆ ต่างจากอดีตประธานเฟด เบน เบอร์แนนเก้ และเจเน็ต เยลเลน ที่ออกจากกรรมการเฟดอย่างเงียบ ๆ แม้ยังเหลือวาระในตำแหน่งผู้ว่าการเฟด แต่กรณีของพาวเวลกลับไม่ชัดเจน ซึ่งสะท้อนถึงยุคสมัยที่ประธานาธิบดีแสดงออกอย่างเปิดเผยในการพยายามควบคุมนโยบายเฟด ขณะที่พาวเวลพยายามปกป้องความเป็นอิสระของสถาบัน
พาวเวลเป็นตัวแปรสำคัญที่ทรัมป์จะมีโอกาสแต่งตั้งผู้ว่าการใหม่กี่คน ใครจะได้รับเลือก และเมื่อใดที่ตำแหน่งจะว่างลง หากพาวเวลออกจากตำแหน่งจะทำให้ทรัมป์ได้เสียงข้างมากในบอร์ดทันที เพราะปัจจุบันมีผู้ว่าการเฟดที่ทรัมป์แต่งตั้งแล้ว 3 คนจากทั้งหมด 7 คน ซึ่งอาจช่วยผลักดันนโยบายดอกเบี้ยต่ำตามที่ทรัมป์ต้องการ นอกจากนี้ คดีของผู้ว่าการเฟด ลิซ่า คุก ที่ทรัมป์ปลดออกจากตำแหน่งจากข้อกล่าวหาฉ้อโกงสินเชื่อ ซึ่งศาลฎีกาจะพิจารณาคดีในวันที่ 21 มกราคม หากคุกถูกปลดออก จะทำให้ทรัมป์ได้เสียงข้างมากทันที
คาดการณ์ว่ากรรมการ FOMC ในปีนี้จะเป็นสายพิราบมากขึ้น ทำให้อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ยังเป็นขาลงในอีก 2 ปีข้างหน้า ขณะที่ธนาคารกลางชั้นนำประเทศอื่นส่วนใหญ่ยุติวงจรดอกเบี้ยขาลงแล้ว ยกเว้นธนาคารกลางอังกฤษ ทำให้แนวโน้มเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ
กรรมการ FOMC ในปี 2569
ETF ทองคำ หรือ ธนาคารกลาง จะขับเคลื่อนราคาทองคำ
ปี 2568 ETF ทองคำถือเป็นพระเอกที่ขับเคลื่อนให้ราคาทองพุ่งแรง Fund Flow ไหลเข้า ETF ทองคำ 748 ตัน (ถึงวันที่ 19 ธ.ค. 2568) สูงสุดในรอบ 5 ปีนับตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 ในปี 2563 หลังจากที่เม็ดเงินไหลออกจาก ETF ทองคำ 4 ปีติดต่อกัน ทำให้ ETF ทองคำถือครองทองสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 3,968 ตัน ณ.วันที่ 19 ธ.ค. 2568
ในปี 2569 ETF ทองคำยังคงเป็นผู้เล่นรายใหญ่ เนื่องจากบรรดาผู้จัดการกองทุนหลายท่านแนะนำให้ทองคำเป็นสินทรัพย์หลักที่ต้องมีในพอร์ตการลงทุน ไม่ว่าจะเป็น Ray Dalio ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates บริษัทกองทุนเฮดจ์ฟันด์ยักษ์ใหญ่ James Dimon CEO ของ JPMorgan และ Mike Wilson CIO ของ Morgan Stanley แต่ทั้งนี้ยังต้องจับตามองว่าอาจจะมีเม็ดเงินไหลออกจากทองคำได้บางช่วงเพื่อล็อกผลตอบแทนและมีการปรับพอร์ตการลงทุน
Fund Flow ไหลเข้า ETF ทองคำสูงสุดในรอบ 5 ปี
กระแส De-Dollarization
หลังจากธนาคารกลางเข้าซื้อทองคำเกิน 1 พันตันติดต่อกัน 3 ปี ตั้งแต่ปี 2565 ทำให้ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางมีสัดส่วน 1 ใน 4 ของความต้องการทองคำ และมีผลต่อราคาทองคำอย่างมีนัยสำคัญ ในปี 2568 คาดธนาคารกลางเข้าซื้อทองคำไม่ถึง 1 พันตัน หลังจากในช่วง 11 เดือนของปี 2568 เข้าซื้อทองคำ 731 ตัน ทำให้คาดว่าทั้งปี 2568 อาจจะซื้อทองราว 800 ตัน
สำหรับแนวโน้มในปี 2569 คาดว่าธนาคารกลางยังคงเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่เข้าซื้อทองคำ ถึงแม้ว่าราคาทองแพงขึ้นก็ตาม เนื่องจากการด้อยค่าของเงินสกุลต่างๆ โดยเฉพาะเงินดอลลาร์ ที่ความน่าเชื่อถือลดลงจากการพิมพ์เงินเข้าสู่ระบบ การแทรกแซงองค์กรอิสระ ความไม่น่าเชื่อถือของข้อมูลสถิติ ทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งมีแผนที่จะเพิ่มทองคำในเงินทุนสำรอง ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกลางจีนที่ยังเข้าซื้อทองคำติดต่อกันเป็นเดือนที่ 11 ในเดือนพ.ย. ธนาคารกลางโปแลนด์มีแผนที่จะมีทองคำสัดส่วน 30% ธนาคารกลางเซอร์เบียมีแผนจะเพิ่มทุนสำรองทองคำเป็นอย่างน้อย 100 ตันภายในปี 2573 เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
ธนาคารกลางยังคงเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดทองคำ
ผู้เล่นรายใหม่ในตลาดทองคำ
ผู้ซื้อทองรายใหญ่อีกรายหนึ่งในช่วงกลางปีนี้คือ Tether เป็นบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผู้ออกโทเคนสเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐอย่าง USDT รวมถึงโทเคนที่หนุนหลังด้วยทองคำอย่าง Tether Gold (XAUt) Tether กลายเป็นหนึ่งในผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ในไตรมาส 3 Tether ซื้อทองคำ 26 ตัน ส่งให้ปริมาณทองคำสำรองให้กับลูกค้าจำนวน 116 ตันสิ้นไตรมาส 3 ทำให้ Tether กลายเป็นผู้ถือครองทองคำรายเดียวที่ใหญ่ที่สุดนอกกลุ่มธนาคารกลางรายใหญ่ และมีปริมาณใกล้เคียงกับทุนสำรองทองคำของประเทศขนาดกลางอย่างเกาหลีใต้ ฮังการี หรือกรีซ นอกจากนี้อาจมีแรงซื้อจากผู้เล่นรายใหม่ คือ บริษัทประกันของจีน กองทุนบำนาญของอินเดีย
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์พุ่งขึ้นตั้งแต่เปิดปีใหม่ ทรัมป์เริ่มทำสงครามทรัพยากร ทรัมป์ได้เข้ายึดครองเวเนซุเอลาและโค่นอำนาจรัฐบาลมาดูโร ซึ่งเวเนซุเอลามีปริมาณน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลกราว 300,000 ล้านบาร์เรล หรือราว 17% ของปริมาณสำรองทั่วโลก ปัจจุบันการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลายังอยู่ในระดับต่ำ เพียงราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวันเท่านั้น ทรัมป์ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าสหรัฐฯ สนใจที่จะใช้ประโยชน์จากศักยภาพมหาศาลนี้ โดยระบุว่ามีแผนให้บริษัทพลังงานรายใหญ่ของสหรัฐฯ เข้าไปฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา ซึ่งกำลังซบเซาอย่างหนัก แต่หนึ่งในปัจจัยที่แทบไม่ได้ถูกพูดถึงคือ ความกังวลของทำเนียบขาวต่อบทบาทของ “ปิโตรดอลลาร์” ที่กำลังลดความสำคัญลงในเวทีโลก
ทั้งนี้การรักษาการผลิตน้ำมันในอนาคตทั้งหมดให้อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐฯ อาจส่งผลมากกว่าแค่ต่อตลาดพลังงานเท่านั้น เพราะจะก่อให้เกิดปิโตรดอลลาร์จำนวนมากขึ้น ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้สหรัฐฯ รักษาความเป็นใหญ่ในระบบการเงินโลก หลังจากมีการถดถอยต่อเนื่องของสถานะเงินดอลลาร์ในระบบโลกตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ปัจจุบันสัดส่วนเงินดอลลาร์ในเงินทุนสำรองระหว่างประเทศทั่วโลกอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 25 ปี และแม้ดอลลาร์ยังคงเป็นสกุลเงินหลักของการค้าโลก แต่ตำแหน่งดังกล่าวก็เริ่มสั่นคลอนมากขึ้น
ปีนี้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เกิดขึ้นเกือบทั่วโลก ขณะที่สงครามรัสเซีย-ยูเครน สถานการณ์ความรุนแรงในฉนวนกาซ่ายังไม่จบ แต่เริ่มขยายวงกว้างไปละตินอเมริกา และอาจไปถึงกรีนแลนด์ที่ทรัมป์ต้องการผนวกดินแดนแห่งนี้ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์คและมีทรัพยากรแร่หายาก ทำให้ผู้นำยุโรปออกแถลงการณ์ตำหนิทรัมป์ ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-ยุโรป รวมไปถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในอิหร่าน ประเด็นจีนซ้อมรบอย่างหนักรอบเกาะไต้หวัน
เป้าหมายราคาทองและกลยุทธ์การลงทุน
ราคาทองโลกปี 2569 คาดขาขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ทางฮั่วเซ่งเฮงให้เป้าหมายราคาทองโลกปี 2569 ที่ 4,900 ดอลลาร์ ราคาทองไทยประมาณ 71,400 บาท (คำนวณที่เงินบาท 30.80 บาท)
กลยุทธ์การลงทุน
นักลงทุนระยะยาว ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ต้องมีในพอร์ตการลงทุนจากความผันผวนของตลาดและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการเมือง แนะนำกลยุทธ์ทยอยสะสมแบบถัวเฉลี่ยต้นทุนหรือ DCA อาจทยอยซื้อทุกเดือนในจำนวนเงินเท่าๆ กันเพื่อถัวเฉลี่ยต้นทุนและสร้างวินัยการออมและการลงทุน หรืออาจเลือกหาจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาทองโลกย่อตัวลงมาที่ 4,200-4,250 ดอลลาร์ และ 4,100 ดอลลาร์ หรือทองไทย 63,500-64,000 บาท และ 62,500 บาท
นักลงทุนระยะสั้น ซื้อเก็งกำไรได้ตามกรอบ เนื่องจากราคาทองโลกเป็นขาขึ้น แต่ไม่ควรซื้อแบบไล่ราคา ทำให้มีความเสี่ยงที่จะซื้อในราคาที่แพงและติดดอยได้
ราคาทองปี 69 คาดขาขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 4












