ทองคำพุ่งอีกครั้ง จากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น

ทองคำพุ่งอีกครั้ง จากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น

Gold Bullish

  • ภาวะเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย
  • ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ สงครามยูเครน-รัสเซีย สงครามอิสราเอล-ฮามาส
  • ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำต่อเนื่อง

Gold Bearish

  • ความต้องการทองคำจากจีนลดลง จากเศรษฐกิจจีนที่คาดเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงในปีนี้
  • เฟดอาจจะไม่ลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมี.ค.

ทองคำพุ่งขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น

และผลการเลือกตั้งไต้หว้นก็เป็นไปตามคาด วิลเลียม ไล ชิง-เต๋อ จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีแห่งไต้หวัน ด้วยคะแนนเสียงถล่มทลายถึง 5 ล้านเสียง ทำให้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่ ด้วยวิลเลียม ไล ชิง-เต๋อพร้อมมุ่งมั่นที่จะปกป้องไต้หวันจากภัยคุกคามและการข่มขู่อย่างต่อเนื่องจากจีน แต่ยังคาดว่าความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวันและสงครามระหว่างจีนกับไต้หวันยังไม่น่าจะเกิดขึ้นในปีนี้  แต่หากสงครามไต้หวันได้เกิดขึ้น Bloomberg Economics ได้ประเมินมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเท่ากับประมาณ 10.2% ของ GDP โลก ซึ่งมากกว่ามูลค่าความเสียหายจากผลกระทบอื่น ๆ ได้แก่ สงครามอิสราเอล-กลุ่มฮามาส วิกฤติโควิด-19 รวมถึงจะส่งผลให้ GDP ของจีน -16.7% และ GDP สหรัฐ -6.7% ซึ่งจะนำไปสู่ความร้ายแรงของเศรษฐกิจอย่างมาก ทั้งนี้เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และเศรษฐกิจอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกได้รับผลกระทบมากที่สุด

ที่มา Bloomberg Economics

อย่างไรก็ตาม สงครามไต้หวันยังคาดว่ายังไม่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ แต่ความตีงเครียดที่เพิ่มขึ้นนั้น กลับไปสู่ฝั่งบริเวณทะเลแดง เมื่อสหรัฐและอังกฤษใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ส่งผลทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นแรงกว่า 20 ดอลลาร์ในวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนต่างเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

.

ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งในภูมิภาคจะทวีความรุนแรงขึ้น จากการโจมตีของสหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นการโจมตีเป็นครั้งแรกในดินแดนเยเมนนับตั้งแต่ปี 2559 และยังถือเป็นการแทรกแซงทางทหารครั้งแรกของสหรัฐ เพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธบนเรือพาณิชย์ นับตั้งแต่สงครามของอิสราเอลในฉนวกกาซาที่เริ่มต้นขึ้นในเดือนต.ค 2566 ความขัดแย้งนี้จึงอาจส่อแววที่บานปลาย และก่อให้เกิดสงครามที่ยาวนานมากขึ้น กลุ่มกบฏฮูตีที่เราพอทราบดีว่าเป็นตัวแทนของอิหร่าน ย่อมไม่พอใจ และอาจจะตอบโต้กลับด้วยวิธีที่รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม

.

ทั้งนี้เคยมีการคาดการณ์ว่า หากสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสขยายวงกว้างขึ้น โดยมีอิหร่านเข้ามาร่วมสงครามด้วยในครั้งนี้ จะส่งผลให้น้ำมันพุ่งขึ้นไปแตะ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จนทำให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้นอีก 1.2% และมีโอกาสที่ทำให้เงินเฟ้อโลกอยู่ที่ 6.7% ในปีนี้ ส่วน GDP ทั่วโลกลดลง 1% ส่งผลให้ GDP โลกเหลือเพียง 1.7% ซึ่งเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ขณะที่ราคาทองคำมีโอกาสขึ้นไปสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) รอบใหม่ จากระดับสูงสุดเดิมที่ 2,144 ดอลลาร์เมื่อเดือนธ.ค.ปีที่ผ่านมา

ราคาทองคำดีดตัวขึ้นแรงทะลุบริเวณ 2,045 ดอลลาร์ อีกทั้งปิดตลาดยืนเหนือราคาดังกล่าว จึงมีสัญญาณที่ราคาทองคำอาจปรับตัวขึ้นได้ต่อ ส่วนสัปดาห์นี้ติดตามการประชุมประจำปีของสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 15-19 ม.ค.2567 ณ กรุงดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และติดตามการแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดหลายท่านในสัปดาห์นี้ สัปดาห์นี้ราคาทองคำมีแนวรับอยู่ที่  2,030 ดอลลาร์ และ 2,013 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 2,060 ดอลลาร์ และแนวต้าน 2,078 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองแท่งในประเทศมีแนวรับ 33,600 บาท และ 33,400 บาท ขณะที่มีแนวต้านที่ 33,900 บาท และ 34,000 บาท

ดาวน์โหลดเอกสาร