แนวโน้มตลาดทองคำ

Sideways

  • ราคาทองคำรายสัปดาห์ปรับขึ้น แต่คาด Upside เหลือน้อย จึงยังไม่แนะนำไล่ซื้อ

Gold spot
สูงสุด – 2,037 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 2,025 ดอลลาร์

ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 34,550 บาท
ต่ำสุด – 34,450 บาท

ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา

ราคาทองคำ spot ส่งสัญญาณฟื้นตัวอีกครั้ง สวนทางกับดัชนีดอลลาร์ที่เริ่มอ่อนค่าลง จากที่ก่อนหน้ารับปัจจัยที่ Fed น่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมิถุนายนแล้ว โดยดัชนีดอลลาร์ยังดูมีโอกาสปรับตัวลงได้อีก โดยปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 103.6 แม้ระดับดังกล่าวจะเป็นแนวรับของดัชนีดอลลาร์แล้วก็ตาม แต่คาดว่าดอลลาร์น่าจะมีโอกาสอ่อนค่าจนหลุดระดับดังกล่าว หากยังไม่มีปัจจัยที่มากระทบจนส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์สามารถแข็งค่าขึ้นได้ แม้ว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ จะประกาศออกมาค่อนข้างดี แต่ก็ไม่สามารถกดดันทองลงไปได้ เนื่องจากนักลงทุนยังพุ่งเป้าไปที่เหตุการณ์ความไม่สงบในแถวตะวันออกกลางอยู่

.

ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม

คืนนี้สหรัฐจะเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนม.ค. ตลาดคาดว่าจะลดลง 4.9% และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ. โดย Conference Board ตลาดคาดวาจะทรงตัวที่ระดับ 114.8

.

วิเคราะห์ราคาทอง

แม้ MACD>0 แต่แท่งเทียนของราคาทองคำรายวันยังทำ High ต่ำลงติดต่อกัน 2 แท่งเทียน ส่งสัญญาณอาจจะชะลอตัวลงระยะสั้น ขณะที่สัญญาณทางเทคนิคของราคาทองคำราย 2-4 ชม.เริ่มเห็นสัญญาณอ่อนตัวลงเช่นกัน คาดว่าอาจอ่อนตัวลงในกรอบจำกัด

ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 2,025 และ 2,018 ดอลลาร์
แนวต้าน 2,040 และ 2,047 ดอลลาร์

.

ช่วงบ่ายราคาทองเริ่มปรับตัวขึ้น สวนกับดัชนีดอลลาร์ที่เริ่มอ่อนค่าลง แต่คาดว่าการขึ้นของราคาทองคำรอบนี้ น่าจะเหลือ Upside จำกัด
แนะนำใช้กลยุทธเชิงรับ รอซื้อบริเวณแนวรับที่ 2,025 $ โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 2040 $ และตัดขาดทุนหากหลุด 2,010 $

ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 34,450 และ 34,400 บาท
แนวต้าน 34,600 และ 34,650 บาท

.

จากกราฟจะเห็นว่าราคาลงไปทดสอบแนวรับที่ 34,000 บาท แล้วสามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้อย่างแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า แต่คาด Upside เหลือจำกัด จึงแนะนำรอซื้อหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 34,450 บาท โดยมีเป้าทำกำไรที่ 34,600- 34,650 บาท และตัดขาดทุนหากหลุดแนวรับ 34,300 บาท