.

Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกสะสมมีจำนวน 261,464,770 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 5,215,057 ราย

สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สูงสุดในโลก (49,077,695) รองลงมาคืออินเดีย (34,572,523) บราซิล (22,076,863)

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 10 ล้านราย ได้แก่ สหราชอาณาจักร

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 9 ล้านราย ได้แก่ รัสเซีย

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 8 ล้านราย ได้แก่ ตุรกี

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 7 ล้านราย ได้แก่ ฝรั่งเศส

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 6 ล้านราย ได้แก่ อิหร่าน

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 5 ล้านราย ได้แก่ เยอรมนี อาร์เจนตินา สเปน โคลอมเบีย

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 4 ล้านราย ได้แก่ อิตาลี อินโดนีเซีย

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 3 ล้านราย ได้แก่ เม็กซิโก โปแลนด์ ยูเครน

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 2 ล้านราย ได้แก่ แอฟริกาใต้ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ เปรู สาธารณรัฐเช็ก ไทย อิรัก

ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 1 ล้านราย ได้แก่ แคนาดา โรมาเนีย ชิลี ญี่ปุ่น เบลเยียม บังกลาเทศ อิสราเอล ปากีสถาน เซอร์เบีย สวีเดน เวียดนาม โปรตุเกส ออสเตรีย ฮังการี

นอกจากนี้ สหรัฐยังเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในโลก (799,312) ตามมาด้วยบราซิล (614,236) อินเดีย (468,554)

ประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่า 2 แสนราย ได้แก่ เม็กซิโก รัสเซีย เปรู

ส่วนประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่า 1 แสนราย ได้แก่ สหราชอาณาจักร อินโดนีเซีย อิตาลี อิหร่าน โคลอมเบีย ฝรั่งเศส อาร์เจนตินา เยอรมนี

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศในวันศุกร์ (26 พ.ย.) ว่า ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ B.1.1.529 ที่พบในแอฟริกาใต้นั้น เป็นสายพันธุ์ที่น่าวิตก โดยระบุว่า อาจแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วมากกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ

WHO ระบุในแถลงการณ์ว่า จากหลักฐานเบื้องต้นบ่งชี้ว่า มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าวจะทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำ และมีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นอันตรายในด้านระบาดวิทยาของไวรัสโควิด-19 โดย WHO เปิดเผยแถลงการณ์ดังกล่าวหลังจากประชุมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญซึ่งทำการทบทวนข้อมูลต่าง ๆ

WHO เปิดเผยว่า การติดเชื้อในแอฟริกาใต้ได้พุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับการตรวจพบไวรัสสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าว ซึ่ง WHO ตั้งชื่อว่า โอไมครอน (Omicron)

ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ภาพ: scientific-american