.

องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงเล็กน้อยในปี 2567 โดยเป็นผลกระทบจากการที่ธนาคารกลางทั่วโลกใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงิน รวมทั้งการค้าที่อ่อนแอลง และความเชื่อมั่นที่ปรับตัวลงทั้งในภาคธุรกิจและผู้บริโภค

 

OECD ระบุในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจฉบับล่าสุดซึ่งมีการเผยแพร่เมื่อวานนี้ (29 พ.ย.) ว่า การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ทั่วโลกในปี 2566 จะอยู่ที่ 2.9% และจากนั้นจะชะลอตัวลงสู่ระดับ 2.7% ในปี 2567 ก่อนที่จะดีดตัวขึ้นแตะระดับ 3% ในปี 2568

 

ทั้งนี้ OECD ระบุว่า ภูมิภาคเอเชียยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกในปี 2567-2568

 

นายมาทีอัส คอร์มันน์ เลขาธิการ OECD กล่าวว่า “เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำและเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ซึ่งทำให้เราคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงเล็กน้อยในปีหน้า โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายคุมเข้มด้านการเงินในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่วนเงินเฟ้อได้ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดของปีที่แล้ว และเราคาดว่าเงินเฟ้อในประเทศส่วนใหญ่จะกลับสู่เป้าหมายของธนาคารกลางภายในปี 2568”

 

“ในการสร้างความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวแข็งแกร่งขึ้นนั้น เราจำเป็นต้องกระตุ้นการแข่งขัน การลงทุน และทักษะในด้านต่าง ๆ รวมทั้งปรับปรุงความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ” นายคอร์มันน์กล่าว

 

OECD คาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปี 2567 จะชะลอตัวลงสู่ระดับ 1.5% จากปี 2566 ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 2.4% อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวยังดีกว่าการคาดการณ์ในเดือนก.ย.ที่ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐในปี 2566 จะขยายตัว 2.2% และขยายตัว 1.3% ในปี 2567

 

ขณะเดียวกัน OECD คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนในปี 2567 จะชะลอตัวลงสู่ระดับ 4.7% จากปี 2566 ซึ่งคาดว่าจะขยายตัว 5.2% และคาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนในปี 2567 จะขยายตัวขึ้นแตะระดับ 0.9% จากปี 2566 ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวที่ระดับ 0.6%

 

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์