.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (26 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนมี.ค.ปีหน้า

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 37,545.33 จุด เพิ่มขึ้น 159.36 จุด หรือ +0.43%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,774.75 จุด เพิ่มขึ้น 20.12 จุด หรือ +0.42% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,074.57 จุด เพิ่มขึ้น 81.60 จุด หรือ +0.54%

 

ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปรับตัวขึ้น โดยในระหว่างวัน ดัชนี S&P500 พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2565 ขานรับแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยล่าสุด  FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 72.7% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมี.ค. 2567

 

ปีเตอร์ คาร์ดิลโล นักวิเคราะห์จากบริษัท Spartan Capital Securities ในนครนิวยอร์กกล่าวว่า ตลาดยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ต่ำกว่าคาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ และหากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐยังคงชะลอตัวลงในเดือนม.ค.และก.พ. 2567 ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วกวาที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้

 

ภาวะการซื้อขายในตลาดเมื่อคืนนี้ยังได้แรงหนุนจากราคาบ้านในสหรัฐที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะไม่เผชิญภาวะถดถอย แต่จะชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปหรือซอฟต์แลนดิ้ง โดยเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์เปิดเผยว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐพุ่งขึ้น 4.8% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดในปีนี้ จากระดับ 4.0% ในเดือน.ก.ย.

 

ตลาดจับตาปรากฎการณ์ “ซานต้า แรลลี่” ในตลาดหุ้นสหรัฐปีนี้ ซึ่งมักเกิดขึ้นเป็นเวลา 7 วันทำการ โดยข้อมูลจาก Stock Trader’s Almanac ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2512 ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 1.3% ในช่วงเวลา 7 วันดังกล่าว

 

หุ้นทั้ง 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นกว่า 2%

 

หุ้นกลุ่มบริษัทผลิตชิปพุ่งขึ้น ขานรับรายงานข่าวที่ว่า บริษัทอินเทล ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐจะทุ่มเงินลงทุน 25,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ทางตอนใต้ของอิสราเอล ซึ่งถือเป็นการลงทุนด้วยวงเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัทต่างชาติในอิสราเอล

 

ทั้งนี้ ข่าวดังกล่าวช่วยหนุนราคาหุ้นอินเทล พุ่งขึ้น 5.2% หุ้นอินวิเดีย บวก 0.9% หุ้นแอดวานซ์ ไมโคร ดิไวซ์ (AMD) พุ่งขึ้น 2.7% หุ้นควอลคอมม์ บวก 1.3%

 

หุ้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) พุ่งขึ้น 3.4% หลังจากนายจิม แรตคลิฟฟ์ มหาเศรษฐีพันล้านชาวอังกฤษ ได้ตกลงซื้อหุ้น 25% ในสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

ที่มา  สำนักข่าวอินโฟเควสท์