.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (25 ต.ค.) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐดีดตัวขึ้นใกล้แตะระดับ 5%  ซึ่งทำให้ตลาดวิตกกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานาน ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ดิ่งลงอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังผลประกอบการของบริษัทอัลฟาเบท

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,035.93 จุด ลดลง 105.45 จุด หรือ -0.32%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,186.77 จุด ลดลง 60.91 จุด หรือ -1.43% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,821.22 จุด ลดลง 318.65 จุด หรือ -2.43%

 

ไรอัน เดทริค นักวิเคราะห์จากบริษัท Carson Group กล่าวว่า ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนออกมาไม่สอดคล้องกัน ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้กับนักลงทุน แต่ปัจจัยสำคัญที่ฉุดตลาดก็คือการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ

 

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับ 4.95% ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าเฟดอาจจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรดีดตัวขึ้นหลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 12.3% สู่ระดับ 759,000 ยูนิตในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2565 และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 23 ปี

 

ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับต่ำกว่า 4,200 จุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค. ขณะที่ดัชนี Nasdaq ร่วงลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. หลังจากหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ดิ่งลงอย่างหนัก โดยเฉพาะหุ้นอัลฟาเบทร่วงลง 9.5% หลังจากบริษัทเปิดเผยรายได้จากธุรกิจกูเกิลคลาวด์ (Google Cloud) อยู่ที่ 8.41 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 8.64 พันล้านดอลลาร์

 

ส่วนหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น ๆ ที่ร่วงลงเมื่อคืนนี้ รวมถึงหุ้นแอปเปิ้ล ร่วงลง 1.3% หุ้นอะเมซอน ดิ่งลง 5.6% หุ้นเมตา แพลตฟอร์ม ร่วงลง 4.2% หุ้นไมครอน เทคโนโลยี ร่วงลง 2.31% หุ้นอินวิเดีย ดิ่งลง 4.3%

 

อย่างไรก็ดี หุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้น 3.07% หลังจากไมโครซอฟท์เปิดเผยกำไรและรายได้สูงกว่าคาดในไตรมาส 1 ของปีงบการเงิน 2567 โดยกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 2.99 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.65 ดอลลาร์ และรายได้อยู่ที่ 5.652 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่ตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 5.450 หมื่นล้านดอลลาร์

 

นักลงทุนจับตาสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2566 ในวันนี้ ซึ่งจะเป็นตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 รวมทั้งดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.ย.ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันพรุ่งนี้

 

ทั้งนี้ ดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

 

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์