.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (23 ต.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน โดยดาวโจนส์ปิดในแดนลบติดต่อกัน 4 วันทำการ ในขณะที่ดัชนี Nasdaq ดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวกหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐชะลอตัวลง ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนและข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 32,936.41 จุด ลดลง 190.87 จุด หรือ -0.58%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,217.04 จุด ลดลง 7.12 จุด หรือ -0.17% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,018.33 จุด เพิ่มขึ้น 34.52 จุด หรือ +0.27%

 

โอลิเวอร์ เพิร์ช นักวิเคราะห์จากบริษัท Wealthspire Advisors กล่าวว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการซื้อขายในตลาดยังคงเป็นเรื่องของอัตราดอกเบี้ย โดยขณะนี้นักลงทุนเปลี่ยนไปให้ความสนใจกับประเด็นที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกมากเท่าใดและอีกนานเท่าใด จากเดิมที่เคยมองว่าเฟดอาจจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ตลาดยังมองว่าเฟดอาจจะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้

 

อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 4.85% เมื่อคืนนี้ หลังจากที่พุ่งขึ้นทะลุระดับ 5% ในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งการชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเป็นปัจจัยหนุนดัชนี Nasdaq ปิดในแดนบวก

 

หุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารพุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง หลังจากราคาน้ำมัน WTI ดิ่งลงเกือบ 3%

 

หุ้นวอลกรีนส์ บู้ทส์ อัลลิอันซ์ ซึ่งเป็นเครือข่ายร้านขายยาขนาดใหญ่ของสหรัฐ พุ่งขึ้น 3.3% หลังจากนักวิเคราะห์ของเจพีมอร์แกนได้ปรับเพิ่มน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นวอลกรีนส์ขึ้นสู่ระดับ “เพิ่มน้ำหนักการลงทุน” (Overweight) จากระดับ “คงน้ำหนักการลงทุน” (Neutral)

 

หุ้นเชฟรอน ดิ่งลง 3.7% หลังจากเชฟรอนประกาศซื้อกิจการบริษัทเฮสส์ คอร์ป (Hess Corp) ซึ่งเป็นบริษัทคู่แข่ง คิดเป็นมูลค่า 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์

 

นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสัปดาห์นี้ โดยบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่างอัลฟาเบท, ไมโครซอฟท์ จะเปิดเผยผลประกอบการในวันอังคาร ขณะที่เมตา แพลตฟอร์มส์จะรายงานผลประกอบการในวันพุธ และอะเมซอนจะรายงานผลประกอบการในวันพฤหัสบดี

 

ส่วนบริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่อย่าง 3M และเจเนอรัล อิเล็กทริก จะรายงานผลประกอบการในวันอังคาร และโบอิ้งจะรายงานผลประกอบการในวันพุธ ขณะที่เจเนอรัล มอเตอร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐจะรายงานผลประกอบการในวันพฤหัสบดี

 

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ย ก่อนที่คณะกรรมการเฟดจะประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 31 ต.ค. – 1 พ.ย. โดยในวันนี้จะมีการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือนต.ค.จากเอสแอนด์พี โกลบอล และในวันพุธสหรัฐจะเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ย.

 

ส่วนในวันพฤหัสบดี สหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2566 (ประมาณการเบื้องต้น), ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ย. และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) เดือนก.ย. จากนั้นในวันศุกร์จะเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

 

ที่มา  สำนักข่าวอินโฟเควสท์