.

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (23 ม.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของสหรัฐในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

 

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 3.60 ดอลลาร์ หรือ 0.18% ปิดที่ 2,025.80 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 16.60 เซนต์ หรือ 0.74% ปิดที่ 22.462 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 2.50 ดอลลาร์ หรือ 0.28% ปิดที่ 905.50 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 6.30 ดอลลาร์ หรือ 0.67% ปิดที่ 946.80 ดอลลาร์/ออนซ์

 

นักลงทุนรอดูการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4/2566 ของสหรัฐในวันพฤหัสบดีนี้ และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนธ.ค.ในวันศุกร์ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ก่อนที่คณะกรรมการเฟดจะจัดการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 30-31 ม.ค.

 

ทั้งนี้ ดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

 

ยูบีเอสออกรายงานคาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะปิดตลาดในปีนี้พุ่งขึ้น 10% จากระดับปัจจุบัน สู่ระดับ 2,250 ดอลลาร์ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

 

ทั้งนี้ ยูบีเอสคาดว่าเฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนพ.ค. ซึ่งจะทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง และจะทำให้มีอุปสงค์ใหม่เข้าสู่ตลาดทองคำ โดยเฉพาะจากกองทุน ETF

 

รายงานของยูบีเอสยังระบุว่า “ปัจจัยมหภาค และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยหนุนให้มีการถือครองทองคำสำหรับการประกันความเสี่ยง และเพื่อกระจายการลงทุน”

 

ที่มา  สำนักข่าวอินโฟเควสท์