.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (22 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนมีมุมมองบวกว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว และเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยได้

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,273.03 จุด เพิ่มขึ้น 184.74 จุด หรือ +0.53%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,556.62 จุด เพิ่มขึ้น 18.43 จุด หรือ +0.41% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,265.86 จุด เพิ่มขึ้น 65.88 จุด หรือ +0.46%

 

ควินซี ครอสบี นักวิเคราะห์จากบริษัท LPL Financial กล่าวว่า แม้รายงานการประชุมเฟดประจำวันที่ 31 ต.ค.-1 พ.ย.ระบุว่า กรรมการเฟดจะใช้ความระมัดระวังในการดำเนินนโยบายการเงินและส่งสัญญาณว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหากเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น แต่นักลงทุนยังคงมีมุมมองบวกว่าเฟดได้ยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว ซึ่งมุมมองดังกล่าวช่วยหนุนตลาดดีดตัวขึ้นก่อนวันหยุดเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า และคาดว่าจะเป็นปัจจัยหนุนตลาดต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี

 

ทั้งนี้ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมเดือนธ.ค. ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนพ.ค. 2567 แม้มีการเปิดเผยรายงานการประชุมเฟดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

 

สหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการเมื่อคืนนี้ ซึ่งแม้จะบ่งชี้ถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจ แต่นักลงทุนยังคงเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยได้

 

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 24,000 ราย สู่ระดับ 209,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 225,000 ราย

 

ทางด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ลดลง 5.4% ในเดือนต.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 4% ในเดือนก.ย.

 

นอกจากนี้ ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 61.3 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 63.7 จากระดับ 63.8 ในเดือนต.ค.

 

ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งสุด โดยหุ้นเมตา แพลตฟอร์มส์ พุ่งขึ้น 1.3% หุ้นแอปเปิ้ล บวก 0.3% หุ้นอัลฟาเบท ดีดตัวขึ้น 1.1% หุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้น 1.3%

 

อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงตามทิศทางราคาน้ำมัน WTI หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส เลื่อนการประชุมนโยบายการผลิตน้ำมันโดยไม่ระบุเหตุผล

 

หุ้นอินวิเดีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐ ร่วงลง 2.5% หลังจากบริษัทเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์รายได้ในไตรมาส 4 ที่สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่บริษัทเตือนว่าการที่รัฐบาลสหรัฐออกมาตรการควบคุมการส่งออกชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจจะทำให้ยอดขายชิป AI ในประเทศจีนทรุดตัวลง

 

ตลาดหุ้นนิวยอร์กจะปิดทำการในวันนี้ (23 พ.ย.) เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving Day) และจะเปิดการซื้อขายเพียงครึ่งวันในวันศุกร์ที่ 24 พ.ย.

 

ที่มา  สำนักข่าวอินโฟเควสท์