.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (16 ก.พ.) และดัชนี Nasdaq ร่วงลงมากที่สุดหลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่สูงเกินคาด ได้ลดความหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเร็ว ๆ นี้

 

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 38,627.99 จุด ลดลง 145.13 จุด หรือ -0.37%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,005.57 จุด ลดลง 24.16 จุด หรือ -0.48% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,775.65 จุด ลดลง 130.52 จุด หรือ -0.82%

 

ดัชนีหุ้นทั้ง 3 ตัวปรับตัวลงในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 5 สัปดาห์ โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.1%, ดัชนี S&P500 ลดลง 0.4% และดัชนี Nasdaq ลดลง 1.3%

 

ตลาดถูกกดดันหลังการเปิดเผยดัชนี PPI ที่เพิ่มขึ้นมากเกินคาดในเดือนม.ค. ทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้ออีกครั้ง และจะทำให้เฟดชะลอการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย

 

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ประจำเดือนม.ค.ในวันศุกร์ โดยระบุว่า ดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 0.9% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.6% จากระดับ 1.0% ในเดือนธ.ค. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนม.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.1% หลังจากปรับตัวลง 0.1% ในเดือนธ.ค.

 

ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.0% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.6% จากระดับ 1.7% ในเดือนธ.ค. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนม.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.1% หลังจากปรับตัวลง 0.1% ในเดือนธ.ค.

 

ข้อมูลดังกล่าวอาจทำให้เฟดชะลอการตัดสินใจเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังจากเมื่อต้นสัปดาห์นี้ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่สูงเกินคาดก็กระตุ้นแรงเทขายในตลาดหุ้น แม้การเปิดเผยยอดค้าปลีกที่ลดลงในเดือนม.ค.เมื่อวันพฤหัสบดี ได้เพิ่มความหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยก็ตาม

 

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นในวันศุกร์ หลังข้อมูล PPI ทำให้บรรดาเทรดเดอร์คาดว่า เฟดอาจจะเลื่อนเวลาการปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปหลังเดือนมิ.ย.

 

เจ้าหน้าที่เฟด 2 รายแสดงความระมัดระวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยนายราฟาเอล บอสติก ประธานเฟดสาขาแอตแลนตากล่าวว่า เขาต้องการหลักฐานเพิ่มขึ้นว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดลง แต่ก็เปิดกว้างสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า

 

ส่วนนางแมรี ดาลี ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโกกล่าวว่า ยังคงมีงานที่ต้องทำอีกเพื่อรับประกันเสถียรภาพราคา แม้มีความก้าวหน้าอย่างมากก็ตาม

 

หุ้นตัวใหญ่ส่วนใหญ่ปรับตัวลง โดยหุ้นเมตา แพลตฟอร์มส ร่วง 2.2% และถ่วงหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารในดัชนี S&P500 ลดลง 1.56%

 

ส่วนหุ้นแอพพลายด์ แมตทีเรียลส์ ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ พุ่งขึ้น 6.4% สวนทางตลาด หลังบริษัทคาดการณ์รายได้ไตรมาส 2/2567 สูงกว่าคาด อันเนื่องจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของชิปที่ก้าวล้ำซึ่งใช้ในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

 

ที่มา  สำนักข่าวอินโฟเควสท์