.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (17 ม.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งเกิดคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมี.ค.ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 37,266.67 จุด ลดลง 94.45 จุด หรือ -0.25%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,739.21 จุด ลดลง 26.77 จุด หรือ -0.56% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,855.62 จุด ลดลง 88.73 จุด หรือ -0.59%

 

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือระดับ 4.1% เมื่อคืนนี้ หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% ส่วนเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 5.6% ในเดือนธ.ค.

 

ทั้งนี้ หลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งเกินคาด นักลงทุนได้ปรับลดน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. และเพิ่มน้ำหนักต่อการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนดังกล่าว

 

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 55% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมวันที่ 19-20 มี.ค. หลังจากที่ให้น้ำหนักกว่า 60% ในช่วงก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยยอดค้าปลีก นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 40.9% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมวันดังกล่าว หลังจากที่ให้น้ำหนัก 34.9% ก่อนหน้านี้

 

ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ พุ่งขึ้นแตะระดับ 15.40 เมื่อคืนนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าเฟดอาจจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานาน

 

หุ้นทั้ง 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ร่วงลง 1.87% และหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคร่วงลง 1.52%

 

หุ้นบริษัทเทคโนโลยีที่มีมาร์เก็ตแคปสูงปรับตัวลงหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้นเหนือระดับ 4.1% โดยหุ้นอะเมซอน ลดลง 0.95% หุ้นอินวิเดีย ลดลง 0.58% หุ้นอัลฟาเบท ลดลง 0.83% หุ้นแอปเปิ้ล ปรับตัวลง 0.52%

 

หุ้นเทสลา ร่วงลง 2% หลังจากเทสลาประกาศลดราคารถยนต์ไฟฟ้ารุ่น Model Y ในเยอรมนี ซึ่งเกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่เทสลาได้ปรับลดราคารถรุ่น Model Y และ Model 3 ในจีน

 

หุ้นสปิริต แอร์ไลน์ส (Spirit Airlines) ดิ่งลง 22% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันวันที่ 2 หลังจากศาลสหรัฐคัดค้านแผนของสายการบินเจ็ตบลู แอร์เวย์ส (JetBlue Airways) ในการเข้าซื้อกิจการสปิริต แอร์ไลน์ส มูลค่า 3.8 พันล้านดอลลาร์ หลังจากที่เห็นพ้องกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการขัดขวางการแข่งขันและจะส่งผลเสียต่อผู้บริโภค

 

หุ้นฟอร์ด มอเตอร์ ร่วงลง 1.7% หลังจากนักวิเคราะห์ของยูบีเอสได้ปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นฟอร์ดลงสู่ระดับ “Neutral” จากระดับ “Buy”

 

หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ ร่วงลง 1.8% หลังจากนักวิเคราะห์หลายรายได้ปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนและปรับลดเป้าหมายราคาหุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ หลังจากธนาคารเปิดเผยกำไรที่ต่ำกว่าคาดในไตรมาส 4/2566 ขณะที่หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา และหุ้นซิตี้กรุ๊ป ต่างก็ปรับตัวลงประมาณ 1%

 

หุ้นโบอิ้ง ดีดตัวขึ้น 1.3% โดยราคาหุ้นฟื้นตัวหลังจากสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (FAA) แถลงว่า การตรวจสอบเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 737 MAX 9 ในเบื้องต้นนั้น ได้เสร็จสิ้นแล้ว

 

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านพุ่งขึ้น 7 จุด สู่ระดับ 44 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2566 และเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2

 

ส่วนในวันนี้ สหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเดือนธ.ค. สำหรับในวันศุกร์จะมีการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน และยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค.

 

ที่มา  สำนักข่าวอินโฟเควสท์