.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (16 ม.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่พุ่งขึ้นเหนือระดับ 4% รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการที่ไร้ทิศทางของธนาคารรายใหญ่ในสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากการร่วงลงอย่างหนักของหุ้นโบอิ้งและหุ้นแอปเปิ้ล

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 37,361.12 จุด ลดลง 231.86 จุด หรือ -0.62%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,765.98 จุด ลดลง 17.85 จุด หรือ -0.37% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,944.35 จุด ลดลง 28.41 จุด หรือ -0.19%

 

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้น 0.11% สู่ระดับ 4.064% หลังจากนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในสมาชิกคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เฟดมีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แต่จะเป็นการปรับลดอย่างระมัดระวังและไม่รวดเร็วตามที่ตลาดคาดการณ์

 

“ในวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ผ่านมา เฟดดำเนินการอย่างรวดเร็วและปรับลดอัตราดอกเบี้ยจำนวนมาก แต่ในรอบนี้ ผมยังไม่เห็นเหตุผลที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเหมือนในอดีต ผมมองว่าตราบใดที่เงินเฟ้อไม่ดีดตัวขึ้นและทรงตัวในระดับสูง เฟดจะสามารถปรับลดเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ แต่จะดำเนินการอย่างเป็นระบบและอย่างระมัดระวัง” นายวอลเลอร์กล่าว

 

ทั้งนี้ หลังจากการแสดงความเห็นของนายวอลเลอร์ นักลงทุนได้ปรับลดน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 63.3% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมวันที่ 19-20 มี.ค. หลังจากที่ก่อนหน้านี้ให้น้ำหนัก 76.9%

 

นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 35.1% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมวันที่ 19-20 มี.ค. หลังจากที่ก่อนหน้านี้ให้น้ำหนักเพียง 19.0%

 

นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการที่ไร้ทิศทางของภาคธนาคาร ซึ่งส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคาร (S&P500 Banks Index) ร่วงลง 1.2% แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน

 

หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ ร่วงลง 4.2% หลังจากธนาคารเปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 4/2566 อยู่ที่ 0.85 ดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.01 ดอลลาร์ ขณะที่หุ้นโกลด์แมน แซคส์ ขยับขึ้นเพียง 0.7% หลังธนาคารเปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 4/2566 อยู่ที่ 5.48 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.51 ดอลลาร์

 

หุ้นแอปเปิ้ล ร่วงลง 1.2% หลังจากบริษัทประกาศลดราคา iPhone 15 ที่วางจำหน่ายในจีน ซึ่งถือเป็นการปรับลดราคา iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก และตอกย้ำถึงความกังวลที่ว่าอุปสงค์ iPhone ในจีนกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง

 

หุ้นโบอิ้ง ดิ่งลงเกือบ 8% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน หลังจากสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (FAA) ประกาศขยายเวลาการห้ามขึ้นบินของเครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX 9 อย่างไม่มีกำหนด เพื่อทำการตรวจสอบความปลอดภัยครั้งใหม่ พร้อมทั้งประกาศว่าจะคุมเข้มในการกำกับดูแลโบอิ้งหลังเกิดเหตุการณ์ผนังของเครื่องบินหลุดกลางอากาศ

 

หุ้นแอดวานซ์ ไมโคร ดิไวซ์ (AMD) พุ่งขึ้น 8.3% หลังจากนักวิเคราะห์ของธนาคารบาร์เคลย์สปรับเพิ่มเป้าหมายราคาหุ้น AMD และหุ้นบริษัทผลิตชิปรายอื่น ๆ โดยระบุว่า บริษัทผลิตชิปเหล่านี้จะได้ประโยชน์จากการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่หุ้นอินวิเดีย พุ่งขึ้น 3% ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

 

นักลงทุนรอดูข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยในวันนี้จะมีการเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนธ.ค., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนม.ค.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ส่วนในวันพฤหัสบดีจะมีการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเดือนธ.ค. สำหรับในวันศุกร์จะมีการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน และยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค.

 

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์