.

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แม้สหรัฐและอังกฤษเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน เพื่อยับยั้งไม่ให้กลุ่มฮูตีโจมตีเรือพาณิชย์ในทะเลแดง แต่จีนเลือกที่จะอยู่นอกวงความขัดแย้งครั้งนี้

 

ข้อมูลจากบลูมเบิร์ก อินเทลลิเจนซ์ระบุว่า สาเหตุไม่ใช่เพราะจีนไม่เผชิญความเสี่ยงจากกรณีที่กลุ่มฮูตีโจมตีเรือพาณิชย์ในทะเลแดง โดยจีนนำเข้าน้ำมันดิบครึ่งหนึ่งจากตะวันออกกลางและส่งออกไปยังสหภาพยุโรป (EU) มากกว่าส่งออกไปยังสหรัฐ โดยค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์เซี่ยงไฮ้ (Shanghai Containerized Freight Index) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2565 ซึ่งสะท้อนถึงต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจากความเป็นไปได้ที่อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางขนส่งโดยอ้อมไกลไปแอฟริกาแทนการใช้เส้นทางทะเลแดง

 

รายงานระบุว่า แต่สำหรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งประเทศจีนแล้ว ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวยังไม่มากเพียงพอที่จะบดบังความเสี่ยงของการเข้าร่วมวงความขัดแย้งในทะเลแดงและประโยชน์ของการวางเฉยต่อความขัดแย้งดังกล่าว โดยปธน.สีปล่อยให้สหรัฐและกลุ่มพันธมิตรต่อสู้กับกลุ่มฮูตี ซึ่งก่อให้เกิดกระแสต่อต้านคนอเมริกันในหลายพื้นที่ในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันก็วางตัวเป็นกลางและรักษากองกำลังเอาไว้เพื่อต่อสู้ในไต้หวันหรือทะเลจีนใต้

 

“คณะผู้นำจีนไม่เห็นประโยชน์มากนักจากการเข้าไปมีบทบาทในความขัดแย้งในทะเลแดง” นางเจนนิเฟอร์ เวลช์ หัวหน้านักวิเคราะห์ด้านภูมิเศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์ก อีโคโนมิกส์ระบุ “คล้าย ๆ กับท่าทีของพวกเขาที่มีต่อสงครามรัสเซีย-ยูเครน พวกเขาเพียงเรียกร้องสันติภาพ แต่ปฏิเสธที่จะประณามหรือถอยห่างจากรัสเซีย หรือทุ่มเทความพยายามอย่างจริงจังเพื่อสร้างสันติภาพ”

 

หุ้นกลุ่มขนส่งสินค้าในเอเชียปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ที่ 12 ม.ค. หลังสหรัฐและอังกฤษเปิดปฏิบัติการโจมตีโดยเล็งเป้าไปยังเยเมน ทำให้กลุ่มฮูตีประกาศตอบโต้อย่างแข็งกร้าว โดยกลุ่มฮูตีนั้นได้เริ่มโจมตีเรือพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลในทะเลแดงตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว เพื่อสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธฮามาสชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา

 

ในวันศุกร์ นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า จีนวิตกกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ในทะเลแดงที่ทวีความรุนแรงขึ้น แต่ยังคงปฏิเสธที่จะดำเนินการใด ๆ

 

“เราหวังว่าทุกฝ่ายจะสามารถแสดงบทบาทในเชิงสร้างสรรค์และรับผิดชอบเพื่อรักษาความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการโจมตีเรือพลเมือง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการค้าระหว่างประเทศ” นางเหมา ระบุ

 

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์