.

นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวานนี้ (13 ธ.ค.) โดยกล่าวว่า เฟดไม่มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก และเฟดมีความมุ่งมั่นที่จะไม่สร้างความผิดพลาดด้วยการตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานเกินไป

 

“เฟดมีความเต็มใจที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐไม่ได้เข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2567 โดยหากเศรษฐกิจส่งสัญญาณว่ากำลังกลับสู่ภาวะปกติ เฟดก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินอีกต่อไป” นายพาวเวลกล่าว

 

นายพาวเวลยังได้แสดงมุมมองด้านบวกเกี่ยวกับตลาดแรงงาน โดยกล่าวว่าขณะนี้เป็นเวลาที่ดีที่ประชาชนจะหางานทำและได้รับค่าจ้างที่สูงขึ้นมาก

 

“ตลาดแรงงานในขณะนี้ยังคงมีความแข็งแกร่ง และกำลังปรับตัวสู่ระดับที่ยั่งยืนมากขึ้น เมื่อพิจารณาจากการเติบโตของจำนวนประชากรและการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงาน เรากำลังหลุดพ้นจากยุคของการขาดแคลนแรงงาน ขณะที่ค่าจ้างมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่เฟดกำหนดไว้ที่ 2% เป็นเวลานาน แต่เราเชื่อว่าค่าจ้างจะค่อย ๆ คลายความร้อนแรงลงในระยะต่อไป” เขากล่าว

 

นายพาวเวลกล่าวว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะเป็นหัวข้อที่คณะกรรมการเฟดจะอภิปรายกันต่อไป โดยแม้ว่าภารกิจการต่อสู้กับเงินเฟ้อยังไม่เสร็จสิ้น แต่คณะกรรมการเฟดก็จะเริ่มอภิปรายเกี่ยวกับการผ่อนคลายนโยบายการเงิน หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อและตลาดแรงงานชะลอตัวลง

 

อย่างไรก็ดี นายพาวเวลเตือนว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีโอกาสที่จะกลับเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกในปีหน้า แม้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวในปีนี้ก็ตาม

 

ถ้อยแถลงดังกล่าวของนายพาวเวลมีขึ้น หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมเมื่อวานนี้ (13 ธ.ค.) ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

 

ในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 3 ครั้งในปี 2567 โดยปรับลดครั้งละ 0.25% รวม 0.75% จากเดิมที่ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในการประชุมเดือนก.ย.

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 4 ครั้งในปี 2568 โดยปรับลดครั้งละ 0.25% รวม 1.00%

 

ส่วนในปี 2569 เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% รวม 0.75% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของเฟดลดลงสู่ช่วง 2.00-2.25% ซึ่งใกล้กับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่ระดับ 2.50%

 

ขณะเดียวกัน ในแถลงการณ์หลังการประชุม เฟดได้ส่งสัญญาณยุติวัฏจักรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยระบุว่า “คณะกรรมการเฟดจะทำการพิจารณาปัจจัยหลายประการสำหรับการคุมเข้มนโยบายการเงิน ‘ใด ๆ’ ที่จะมีขึ้นอีก” ซึ่งเป็นการใช้ถ้อยคำที่ไม่เคยมีมาก่อนในแถลงการณ์ก่อนหน้านี้

 

ส่วนการคาดการณ์เกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐนั้น เฟดปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวสู่ระดับ 2.6% ในปีนี้ จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 2.1% และคาดว่าเศรษฐกิจมีการขยายตัว 1.4%, 1.8% และ 1.9% ในปี 2567, 2568 และ 2569 ตามลำดับ ขณะที่อัตราการขยายตัวในระยะยาวอยู่ที่ระดับ 1.8%

 

นอกจากนี้ เฟดคงคาดการณ์อัตราว่างงานที่ระดับ 3.8% ในปีนี้ และคาดว่าอาจอยู่ที่ 4.1% ทั้งในปี 2567, 2568 และ 2569 ขณะที่อัตราว่างงานระยะยาวอยู่ที่ 4.1% เช่นกัน

 

ส่วนการคาดการณ์เกี่ยวกับเงินเฟ้อนั้น เฟดปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสู่ระดับ 3.2% ในปีนี้ จากเดิมที่ระดับ 3.7% และคาดว่าอาจอยู่ที่ 2.4%, 2.2% และ 2.0% ในปี 2567, 2568 และ 2569 ตามลำดับ

 

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์