.

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ในวันพุธ (11 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการซื้อขายก่อนที่คณะกรรมการเฟดจะเปิดเผยรายงานดังกล่าว

 

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 12 ดอลลาร์ หรือ 0.64% ปิดที่ 1,887.30 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 18.00 เซนต์ หรือ 0.82% ปิดที่ 22.133 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 2.80 ดอลลาร์ หรือ 0.31% ปิดที่ 893.00 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.10 ดอลลาร์ หรือ 0.1% ปิดที่ 1170.30 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สัญญาทองคำยังคงได้รับปัจจัยบวกจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 4.581% เมื่อคืนนี้ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ โดยการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐจะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

 

หลังจากตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการได้ไม่นาน คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 19-20 ก.ย.ซึ่งระบุว่า กรรมการเฟดหลายคนมองว่าเฟดควรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในการประชุมครั้งใดครั้งหนึ่งในปีนี้ แต่กรรมการอีกส่วนหนึ่งมองว่า เฟดไม่ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก

 

รายงานการประชุมยังระบุด้วยว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า เมื่อพิจารณาถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมัน และภาวะในตลาดการเงินแล้ว เฟดควรจะดำเนินการอย่างระมัดระวังในการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยควรจะอิงตามข้อมูลเศรษฐกิจที่ได้รับมา มากกว่าที่จะกำหนดแนวทางอัตราดอกเบี้ยไว้ล่วงหน้า

 

นักลงทุนจับตากระทรวงแรงงานสหรัฐซึ่งจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนก.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด

 

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์