.

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ในวันอังคาร (10 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนยังคงเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

 

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 11 ดอลลาร์ หรือ 0.59% ปิดที่ 1,875.30 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 2.90 เซนต์ หรือ 0.13% ปิดที่ 21.953 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 1.40 ดอลลาร์ หรือ 0.16% ปิดที่ 890.20 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 39.50 ดอลลาร์ หรือ 3.5% ปิดที่ 1171.40 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สัญญาทองคำพุ่งขึ้นทะลุระดับ 1,870 ดอลลาร์ เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับทองคำ โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวลง 0.24% แตะที่ระดับ 105.8270 เมื่อคืนนี้

 

นอกจากนี้ การสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธในปาเลสไตน์ ยังคงเป็นปัจจัยกระตุ้นให้นักลงทุนแห่ถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยกองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่องและทำการปิดล้อมฉนวนกาซาอย่างสมบูรณ์ เพื่อตอบโต้กลุ่มฮามาสที่ก่อเหตุโจมตีอิสราเอลแบบไม่ทันตั้งตัวในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตในอิสราเอลพุ่งขึ้นทะลุระดับ 1,000 ราย และยอดผู้เสียชีวิตในปาเลสไตน์เพิ่มขึ้นเป็น 788 ราย ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สู้รบที่รุนแรงที่สุดในรอบ 75 ปี

 

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำวันที่ 19-20 ก.ย.ในวันนี้ รวมทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนก.ย.ในวันพฤหัสบดี เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด

 

ที่มา  สำนักข่าวอินโฟเควสท์