.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (8 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดทำนิวไฮติดต่อกันวันที่ 2 ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดของบริษัทจดทะเบียน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 38,726.33 จุด เพิ่มขึ้น 48.97 จุด หรือ +0.13%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,997.91 จุด เพิ่มขึ้น 2.85 จุด หรือ +0.06% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,793.72 จุด เพิ่มขึ้น 37.07 จุด หรือ +0.24%

ดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนบวกติดต่อกันวันที่ 3 ขณะที่ดัชนี S&P500 พุ่งขึ้นเหนือระดับ 5,000 จุดในระหว่างวัน ก่อนที่จะขยับลงจากระดับดังกล่าวในช่วงปิดตลาด อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 ปิดทำนิวไฮเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน

ตลาดได้รับปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียน โดยข้อมูลจากแอลเอสอีจี (LSEG) ระบุว่า ขณะนี้มีบริษัทมากกว่าครึ่งหนึ่งในดัชนี S&P500 ที่ได้รายงานผลประกอบการแล้ว โดยในจำนวนนี้มี 80.6% ที่รายงานผลประกอบการสูงกว่าคาด เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวซึ่งอยู่ที่ระดับ 67%

หุ้นวอลท์ ดิสนีย์ พุ่งขึ้น 11.5% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรที่สูงกว่าคาดในไตรมาส 1 ของปีงบการเงิน 2567 โดยได้แรงหนุนจากการปรับลดต้นทุน ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการสตรีมมิงดิสนีย์พลัส (Disney+) เพิ่มขึ้น หลังจากบริษัทปรับขึ้นค่าบริการดังกล่าว

หุ้นอาร์ม โฮลดิ้งส์ (Arm Holdings) ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบชิปในเครือของซอฟต์แบงก์ กรุ๊ป ทะยานขึ้นเกือบ 48% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรและรายได้สูงกว่าคาดในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค.2566 ซึ่งเป็นไตรมาส 3 ของปีงบการเงินบริษัท

หุ้นสปิริต แอร์ไลน์ส พุ่งขึ้น 3.3% หลังจากบริษัทรายงานตัวเลขขาดทุนที่น้อยกว่าคาด ขณะที่หุ้นราล์ฟ ลอเรน ทะยานขึ้น 16.8% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาด

ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia SE Semiconductor Index) พุ่งขึ้น 1.6% โดยได้แรงหนุนจากกระแสความนิยมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่ดัชนี Russell 2000 Index ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นกลุ่มบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนต่ำ พุ่งขึ้น 1.6%

หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น นำโดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล พุ่งขึ้น 1.7% และหุ้นเชฟรอน พุ่งขึ้น 1.3% โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นกว่า 3% หลังจากอิสราเอลปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงของกลุ่มฮามาส ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน

อย่างไรก็ดี ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานะการเงินของธนาคารระดับภูมิภาคในสหรัฐได้สร้างแรงกดดันต่อตลาดในระหว่างวัน แม้ว่านายอเลสซานโดร ดีเนลโล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของธนาคารนิวยอร์ก คอมมิวนิตี แบงคอร์ป (New York Community Bancorp – NYCB) ให้คำมั่นว่า NYCB จะลดการปล่อยกู้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งกำลังประสบปัญหาด้านการเงิน ทั้งนี้ หุ้น NYCB ปิดตลาดร่วงลง 6.5%

นักลงทุนยังคงจับตาการแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยล่าสุดนายโทมัส บาร์กิน ประธานเฟดสาขาริชมอนด์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวมาร์เก็ตวอตช์เมื่อวานนี้ว่า ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงความคืบหน้าของเงินเฟ้อเมื่อไม่นานมานี้ อาจเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และเมื่อพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงไม่แน่นอนในขณะนี้ เขาคิดว่าเฟดอาจจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 9,000 ราย สู่ระดับ 218,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 221,000 ราย

ที่มา  สำนักข่าวอินโฟเควสท์