.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (7 ธ.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นกว่า 1% เนื่องจากกระแสตอบรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงหุ้นอัลฟาเบท และหุ้นแอดวานซ์ ไมโคร ดีไวซ์ (AMD)

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 36,117.38 จุด เพิ่มขึ้น 62.95 จุด หรือ +0.17%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,585.59 จุด เพิ่มขึ้น 36.25 จุด หรือ +0.80% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,339.99 จุด เพิ่มขึ้น 193.28 จุด หรือ +1.37%

 

หุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล พุ่งขึ้น 5.3% หลังจากกูเกิลประกาศเปิดตัว “เจมีไน (Gemini)” โมเดล AI รุ่นใหม่ที่ล้ำสมัย ซึ่งจะช่วยให้บริษัทและองค์กรต่าง ๆ สามารถยกระดับการบริการลูกค้าผ่านแชตบอตและคำแนะนำผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ Gemini สามารถใช้สำหรับสร้างเนื้อหาได้ หากบริษัทต้องการสร้างแคมเปญการตลาดหรือเนื้อหาในบล็อก

 

หุ้น AMD ทะยานขึ้นเกือบ 10% หลังจาก AMD ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าชิป AI ของบริษัทที่ใช้สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) จะมีมูลค่าสูงถึง 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้ นอกจากนี้ หุ้น AMD ยังได้แรงหนุนจากรายงานที่ว่า บริษัทเมตา แพลตฟอร์มส์, โอเพนเอไอ และไมโครซอฟท์ จะใช้ “MI300X” ซึ่งเป็นชิป AI รุ่นล่าสุดของ AMD โดย MI300X มีคุณสมบัติโดดเด่นคือความจุ 192 กิกะไบต์ มีหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงชื่อ “HBM3” ซึ่งถ่ายโอนข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น และสามารถใช้กับโมเดล AI ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย

 

กระแสตอบรับ AI เป็นปัจจัยหนุนหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น ๆ ด้วย โดยหุ้นอินวิเดียและหุ้นเมตา ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 2% ขณะที่หุ้นอะเมซอนและหุ้นแอปเปิ้ล ปรับตัวขึ้นกว่า 1% นอกจากนี้ ยังช่วยหนุนดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia SE Semiconductor Index) พุ่งขึ้น 2.8%

 

หุ้นเทสลา พุ่งขึ้น 1.37% และเป็นหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายมากที่สุดในดัชนี S&P500 เมื่อคืนนี้ โดยมีสูงถึง 2.57 หมื่นล้านดอลลาร์

 

หุ้นกลุ่มธุรกิจเรือสำราญปรับตัวขึ้น หลังจากสมาคมเรือสำราญนานาชาติ (CLIA) คาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้บริการเรือสำราญจำนวนมากถึง 35.7 ล้านรายในปี 2567 ซึ่งสูงกว่าปี 2566 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 31.5 ล้านราย โดยหุ้นรอยัล คาริบเบียน ปรับตัวขึ้น 1.1% หุ้นคาร์นิวัล คอร์ป พุ่งขึ้น 2.5% หุ้นนอร์เวเจียน ครูซ ไลน์ โฮลดิ้งส์ ทะยานขึ้น 3.2%

 

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 1,000 ราย สู่ระดับ 220,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 222,000 ราย

 

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มตลาดแรงงานและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้น 180,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 150,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 3.9%

 

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์