.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (7 พ.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนบวกติดต่อกันยาวนานที่สุดในรอบ 2 ปี เนื่องจากการชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนจับตาการแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,152.60 จุด เพิ่มขึ้น 56.74 จุด หรือ +0.17%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,378.38 จุด เพิ่มขึ้น 12.40 จุด หรือ +0.28% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,639.86 จุด เพิ่มขึ้น  121.08 จุด หรือ +0.90%

 

ดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 7 และดัชนี Nasdaq ปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 8 ซึ่งต่างก็ทำสถิติปิดบวกติดต่อกันยาวนานที่สุดในรอบ 2 ปี ส่วนดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 7 ซึ่งเป็นการปิดบวกติดต่อกันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.ปีนี้

 

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลงติดต่อกันหลายวัน โดยล่าสุดดิ่งลงสู่ระดับต่ำกว่า 4.6% เมื่อคืนนี้ เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่าเฟดได้สิ้นสุดวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังปรับตัวลงหลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐทำการประมูลพันธบัตรอายุ 3 ปี วงเงิน 4.8 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อวานนี้ และจะมีการประมูลพันธบัตรอายุ 10 และ 30 ปีในสัปดาห์นี้

 

ทั้งนี้ การชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเป็นปัจจัยหนุนหุ้นบริษัทเทคโนโลยีที่มีทุนจดทะเบียนสูง ซึ่งรวมถึงหุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้น 1.1% หุ้นแอปเปิ้ล ดีดตัวขึ้น 1.5% หุ้นอะเมซอน พุ่งขึ้น 2.1% หุ้นเมตา แพลตฟอร์มส์ บวก 1%

 

หุ้นอูเบอร์ เทคโนโลยีส์ ทะยานขึ้น 3.7% หลังจากบริษัทเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์กำไรในไตรมาส 4/2566 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

 

หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง หลังจากราคาน้ำมัน WTI ดิ่งลงกว่า 4% โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล ร่วงลง 1.57% หุ้นเชฟรอน ร่วงลง 1.76% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ดิ่งลง 3.4% หุ้นโคโนโคฟิลลิปส์ ร่วงลง 2.7%

 

นักลงทุนยังคงเฝ้าระวังสัญญาณที่บ่งชี้ถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงความเห็นของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด แม้มีกระแสคาดการณ์ว่าเฟดได้ยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้วก็ตาม โดยล่าสุดนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ และนางมิเชล โบว์แมน ซึ่งเป็นสมาชิกคณะผู้ว่าการเฟดได้แสดงความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐที่ขยายตัว 4.9% ในไตรมาส 3/2566 นั้น บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยังคงมีความแข็งแกร่งมาก ซึ่งอาจทำให้เฟดพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

 

ขณะที่นายนีล แคชแครี ประธานเฟดสาขามินนีแอโพลิส ส่งสัญญาณสนับสนุนให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยกล่าวว่าเฟดต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการควบคุมเงินเฟ้อให้ลดลงสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% และแม้ตัวเลขเงินเฟ้อที่มีการเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ได้ปรับตัวลง แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่เฟดจะประกาศชัยชนะในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ

 

นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เพื่อสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยในวันนี้ (8 พ.ย.) นายพาวเวลมีกำหนดกล่าวในการประชุมวาระครบรอบ 100 ปีของการก่อตั้งแผนกสถิติและวิจัยของเฟด ส่วนในวันพรุ่งนี้ (9 พ.ย.) นายพาวเวลจะกล่าวสุนทรพจน์ในงานเสวนา 24th Jacques Polak Annual Research Conference ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในหัวข้อ “Monetary policy challenges in a global economy” หรือ “ความท้าทายของนโยบายการเงินในเศรษฐกิจโลก” โดยนายพาวเวลจะตอบคำถามเกี่ยวกับนโยบายการเงินของเฟดจากผู้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

 

ที่มา  สำนักข่าวอินโฟเควสท์