.

นายนีล แคชแครี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขามินนีแอโพลิส ระบุในวันพุธ (6 มี.ค.) ว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นนับตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ของสหรัฐมีแนวโน้มจะรองรับให้เฟดสามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้เพียง 2 ครั้ง หรืออาจจะแค่ครั้งเดียวในปีนี้

 

“ผมเคยคิดว่าสองครั้งในเดือนธ.ค.” นายแคชแครีระบุในการให้สัมภาษณ์ในรายการ WSJ Live โดยอ้างอิงถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งละ 0.25% รวมทั้งสิ้น 2 ครั้งภายในปีนี้ ซึ่งนายแคชแครีคาดการณ์ไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งที่กลุ่มเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายเฟดได้ทำการคาดการณ์เศรษฐกิจรายไตรมาสครั้งที่ผ่านมา

 

สำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่า กลุ่มเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายเฟดจะทำการคาดการณ์รอบใหม่ใน 2 สัปดาห์ในช่วงที่เฟดจัดการประชุมกำหนดนโยบายครั้งถัดไป

 

“เป็นเรื่องยากที่ผมจะคาดการณ์ถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายมากกว่าที่ผมเคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจ  ดูเหมือนว่าในกรณีพื้นฐานผมยังคาดการณ์เหมือนเมื่อเดือนธ.ค. หรือไม่ก็น้อยกว่านั้น แต่ขณะนี้ผมยังไม่ได้สรุปการคาดการณ์” นายแคชแครี กล่าว

 

รายงานระบุว่า การคาดการณ์มัธยฐานของกลุ่มเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายเฟดในเดือนธ.ค.ที่ผ่านมาอยู่ที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งละ 0.25% จำนวน 3 ครั้งในปีนี้ ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดปรับลดลงมาอยู่ที่กรอบ 4.5%-4.75% จากกรอบปัจจุบันที่ 5.25%-5.5%

 

นอกจากนี้ นายแคชแครีระบุว่า “ในกรณีสมมุติฐานพื้นฐาน” นั้นเฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มอีก ซึ่งสอดคล้องกับความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายเฟดทุกรายที่ให้ไว้เมื่อเดือนธ.ค.

 

นายแคชแครีกล่าวเพิ่มเติมว่า หากเศรษฐกิจสหรัฐยังยืดหยุ่นและเงินเฟ้อฝังลึกกว่าที่คาดการณ์ “สิ่งแรกที่เราจะทำก็คือตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเอาไว้นานยิ่งขึ้น”

 

ที่มา  สำนักข่าวอินโฟเควสท์