.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (6 มี.ค.) เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐ และความเห็นจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้

 

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 38,661.05 จุด เพิ่มขึ้น 75.86 จุด หรือ +0.20%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,104.76 จุด เพิ่มขึ้น 26.11 จุด หรือ +0.51% และดัชนี NASDAQ ปิดที่ 16,031.54 จุด เพิ่มขึ้น 91.96 จุด หรือ +0.58%

 

นายพาวเวลเปิดเผยในวันพุธว่า เขายังคงคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง แม้ยังไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะปรับลดลงเมื่อใด เนื่องจากความคืบหน้าในการควบคุมเงินเฟ้อนั้นยังคงไม่แน่นอน และระบุด้วยว่าเศรษฐกิจสหรัฐไม่ได้ใกล้เข้าสู่ภาวะถดถอยแต่อย่างใด

 

ในการแถลงต่อสภาคองเกรสนั้น นายพาวเวลกล่าวว่า เงินเฟ้อได้ลดลงอย่างมากนับตั้งแต่แตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปีในปี 2565 แต่เฟดก็ยังคงต้องการความเชื่อมั่นมากขึ้นกับการลดลงของเงินเฟ้อก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง

 

มาร์ก ลุสชินี หัวหน้านักยุทธศาสตร์การลงทุนของแจนนีย์ มอนต์โกเมอรี่ สก็อตต์ในฟิลาเดลเฟียกล่าวว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่เปิดเผยในวันพุธยังช่วยเพิ่มความหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และเพิ่มความเชื่อมั่นในตลาดแรงงาน

 

ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้น 140,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 150,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 111,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค.

 

สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลงสู่ระดับ 8.86 ล้านตำแหน่งในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2564 แต่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 8.85 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 8.89 ล้านตำแหน่งในเดือนธ.ค. ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานลดลงสู่ระดับ 5.7 ล้านตำแหน่งในเดือนม.ค. จากระดับ 5.8 ล้านตำแหน่งในเดือนธ.ค.

 

บรรดานักลงทุนจะรอดูการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.พ.ของสหรัฐในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะบ่งชี้ภาวะตลาดแรงงานที่ชัดเจนมากขึ้น

 

หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P500 ปิดบวก นำโดยกลุ่มสาธารณูปโภคซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 1% และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มขึ้น 0.9% ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยลดลงมากที่สุด 0.4%

 

หุ้นชิปดีดตัวขึ้นหลังร่วงลงในวันอังคาร ขณะที่ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดฟิลาเดลเฟีย พุ่ง 2.4% ปิดที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์เป็นวันที่ 4 ในรอบ 5 วันทำการ

 

สำหรับความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัวนั้น หุ้นเจดี.คอมซึ่งเป็นบริษัทอี-คอมเมิร์ซของจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ พุ่งขึ้น 16.2% หลังรายงานรายได้ไตรมาส 4 สูงเกินคาดและประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน

 

หุ้นของบริษัทที่เกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีพุ่งขึ้น โดยหุ้นคอยน์เบส โกลบอล เพิ่มขึ้น 10% และหุ้นไมโครสตราตีจี ทะยานขึ้น 18.6%

 

แต่หุ้นเทสลาร่วงลง 2.3% สวนทางตลาด โดยปรับตัวลงต่อเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน หลังมอร์แกน สแตนลีย์ปรับลดราคาเป้าหมายหุ้นเทสลา โดยระบุว่าอุปสงค์รถไฟฟ้าของเทสลายังคงอ่อนแอในตลาดต่าง ๆ รวมถึงจีน แม้ปรับลดราคาลงอย่างมากแล้วก็ตาม

 

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์