.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (6 ก.พ.) โดยตลาดฟื้นตัวหลังจากที่ร่วงลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนประเมินการแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟด

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 38,521.36 จุด เพิ่มขึ้น 141.24 จุด หรือ +0.37%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,954.23 จุด เพิ่มขึ้น 11.42 จุด หรือ +0.23% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,609.00 จุด เพิ่มขึ้น 11.32 จุด หรือ +0.07%

 

นายนีล แคชแครี ประธานเฟดสาขามินนีแอโพลิสกล่าวว่า ภารกิจด้านการควบคุมเงินเฟ้อของเฟดยังไม่เสร็จสิ้น แม้เขามองว่าข้อมูลในช่วงเวลา 3-6 เดือนที่ผ่านมาบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อได้ชะลอตัวลงอย่างรวดเร็วก็ตาม

 

ขณะที่นางลอเรตตา เมสเตอร์ ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์กล่าวว่า หากเศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในทิศทางที่เธอคาดการณ์ไว้ ก็อาจเปิดทางให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่นางเมสเตอร์กล่าวว่าขณะนี้เธอยังไม่พร้อมที่จะระบุช่วงเวลาของการผ่อนคลายนโยบายการเงิน เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงมีความไม่แน่นอน

 

ปีเตอร์ ทุซ นักวิเคราะห์จากบริษัท Chase Investment Counsel ในรัฐเวอร์จิเนียของสหรัฐกล่าวว่า การแสดงความเห็นของนางเมสเตอร์และนายแคชคารีถือเป็นการยืนยันสิ่งที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดได้กล่าวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังคงส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการซื้อขายเมื่อคืนนี้

 

ทั้งนี้ นายพาวเวลให้สัมภาษณ์ในรายการ “60 Minutes” ของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า “เฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยล่าช้ากว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เนื่องจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในขณะนี้ทำให้เฟดต้องใช้ความระมัดระวังในการพิจารณาเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และเฟดต้องการเห็นหลักฐานเพิ่มเติมว่าเงินเฟ้อสหรัฐจะปรับตัวลงสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนของการปรับลดอัตราดอกเบี้ย”

 

หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มวัสดุและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์พุ่งขึ้น 1.7% และ 1.49% ตามลำดับ ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลง 0.48% และ 0.21% ตามลำดับ

 

หุ้นกลุ่มสายการบินที่คำนวณในดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้น หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าอุปสงค์ด้านการเดินทางจะมีความแข็งแกร่ง ขณะที่หุ้นสายการบินฟรอนเทียร์ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (Frontier Group Holdings) ทะยานขึ้นแข็งแกร่งกว่า 20% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาด

 

หุ้นจีอี เฮลธ์แคร์ เทคโนโลยีส์ ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านการแพทย์ พุ่งขึ้น 11.6% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดในไตรมาส 4/2566 และเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ในดัชนี S&P500

 

หุ้นกลุ่มวัสดุได้รับแรงหนุนหลังจากบริษัทดูปองท์ เดอ เนอมูร์ (DuPont de Nemours) เปิดเผยผลประกอบการที่สูงเกินคาดในไตรมาส 4/2566 พร้อมทั้งประกาศแผนการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์และเพิ่มการจ่ายเงินปันผล

 

ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารภูมิภาค (KBW Regional Bank Index) ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพด้านการเงินของธนาคารระดับภูมิภาคในสหรัฐ หลังจากธนาคารนิวยอร์ก คอมมิวนิตี้ แบงคอร์ป (New York Community Bancorp) เปิดเผยตัวเลขขาดทุนในไตรมาส 4/2566 และประกาศลดการจ่ายเงินปันผล

 

นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยข้อมูลจากแอลเอสอีจี (LSEG) ระบุว่า ขณะนี้มีบริษัทกว่าครึ่งหนึ่งในดัชนี S&P500 ที่ได้รายงานผลประกอบการแล้ว โดยในจำนวนนี้มี 81.2% ที่รายงานผลประกอบการสูงกว่าคาด

 

ที่มา  สำนักข่าวอินโฟเควสท์