.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 400 จุดในวันอังคาร (3 ต.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานสูงกว่าคาด ซึ่งทำให้ตลาดกังวลว่าข้อมูลดังกล่าวจะผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานาน

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,002.38 จุด ลดลง 430.97 จุด หรือ -1.29%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,229.45 จุด ลดลง 58.94 จุด หรือ -1.37% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,059.47 จุด ลดลง 248.31 จุด หรือ -1.87%

 

ดัชนีดาวโจนส์ และ Nasdaq ต่างก็ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. หลังสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ซึ่งพบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน พุ่งขึ้นเกือบ 700,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 9.61 ล้านตำแหน่งในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 8.8 ล้านตำแหน่ง

 

ทั้งนี้ ตัวเลข JOLTS เป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสนใจ โดยมองว่าเป็นมาตรวัดภาวะตึงตัวในตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยในการพิจารณานโยบายการเงิน และอัตราดอกเบี้ยของเฟด

 

ริค เมคเลอร์ นักวิเคราะห์จากบริษัท Cherry Lane Investments กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก และตรึงดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมปรับตัวเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อทั้งภาคธุรกิจและกลุ่มผู้บริโภค

 

หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลข JOLTS นักลงทุนให้น้ำหนัก 34.9% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.50-5.75% ในการประชุมเดือนพ.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 16.4% ในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ ยังส่งผลให้ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.ปีนี้

 

ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี และการที่เจ้าหน้าที่เฟดยังคงสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยล่าสุดนางลอเรตตา เมสเตอร์ ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์กล่าวว่า เฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ และคงดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าวต่อไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

 

หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและกลุ่มเทคโนโลยี

 

หุ้นอะเมซอน ดิ่งลง 3.6% และหุ้นไมโครซอฟท์ ร่วงลง 2.6% หลังจากมีรายงานว่า “Ofcom” ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลสื่อของอังกฤษ กำลังผลักดันให้มีการตรวจสอบบริษัทอะเมซอนและไมโครซอฟท์ว่ามีพฤติกรรมผูกขาดตลาดและส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดคลาวด์คอมพิวติงของอังกฤษหรือไม่

 

นักลงทุนยังคงจับตาข้อมูลแรงงานของสหรัฐในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยในวันนี้จะมีการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนก.ย.จาก ADP และในวันพรุ่งนี้สหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

 

ส่วนในวันศุกร์ สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้น 163,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 187,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนก.ย.จะลดลงสู่ระดับ 3.7% จากระดับ 3.8% ในเดือนส.ค.

 

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์