.

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า สถานการณ์ตึงเครียดในทะเลแดงยังคงสร้างภัยคุกคามต่อการค้าโลกในระดับสูง แม้ว่าจะมีความพยายามในการปกป้องเรือพาณิชย์จากการโจมตีของกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการหนุนหลังจากอิหร่านก็ตาม

 

บริษัทเมอส์ก (Maersk) ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งสินค้าทางเรือรายใหญ่สัญชาติเดนมาร์กตัดสินใจในวันอังคาร (2 ม.ค.) ว่าจะระงับการเดินเรือผ่านทะเลแดงและอ่าวเอเดนจนกว่าจะมีประกาศแจ้งเพิ่มเติม ซึ่งตอกย้ำถึงความยากลำบากของปฏิบัติการผู้พิทักษ์ความเจริญรุ่งเรือง (Operation Prosperity Guardian) ของสหรัฐและชาติพันธมิตรอีกกว่า 10 ประเทศ โดยกองทัพสหรัฐเปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือสหรัฐได้ตอบโต้และจมเรือ 3 ใน 4 ลำของฮูตี หลังฮูตีโจมตีเรือเมอส์ก หางโจว (Maersk Hanzghou) ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

มารีนทราฟฟิก (MarineTraffic) ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการด้านการวิเคราะห์กล่าวกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า ภัยคุกคามจากกบฏฮูตีทำให้เรือพาณิชย์หลีกเลี่ยงเส้นทางทะเลแดงและอ้อมไกลไปยังแหลมกู๊ดโฮปทางตอนใต้สุดของทวีปแอฟริกาแทน โดยกรณีดังกล่าวทำให้อัตราค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์จากนครเซี่ยงไฮ้เพิ่มสูงขึ้น

 

บริษัทคูห์เนพลัสเนเกิล (Kuehne+Nagel) ระบุว่า จนถึงขณะนี้สถานการณ์ตึงเครียดในทะเลแดงได้ส่งผลกระทบต่อการค้าไปแล้วถึง 2.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรวมแล้วกระทบเรือ 330 ลำ ซึ่งประเมินว่ามีขีดความสามารถรวมทั้งสิ้น 4.5 ล้านตู้คอนเทนเนอร์หรือทีอียู โดยเอ็มดีเอส ทรานส์โมดัล (MDS Transmodal) ประเมินว่า มูลค่าสินค้าเหล่านี้อยู่ที่ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตู้

 

เคปเลอร์ (Kpler) ผู้ให้บริการข้อมูลการค้าโลก ระบุว่า จำนวนเรือที่เลี่ยงการใช้ทะเลแดงพุ่งสู่ 124 ลำในสัปดาห์นี้ จาก 55 ลำในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 18 ลำในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ถ้านับเฉพาะเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์แล้วพบว่ามีการใช้เส้นทางทะเลแดงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเพิ่มขึ้น 21 ลำในวันอังคาร (2 ม.ค.) ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 16 ลำในวันที่ 26 ธ.ค.

 

“การวิเคราะห์การจราจรผ่านช่องแคบบับ อัล-มันดับ (Bab al-Mandeb Strait) สำหรับเรือทั้งหมดรวมกันเผยให้เห็นว่าการเดินทางทั้งไปทางเหนือและไปทางใต้ลดลงอย่างต่อเนื่อง” นายฌอง-ชาร์ลส์ กอร์กอน ผู้อำนวยการฝ่ายติดตามเรือของเคปเลอร์ (Kpler) ระบุ โดยช่องแคบบับ อัล-มันดับเชื่อมโยงทะเลแดงกับอ่าวเอเดน ซึ่งเปิดไปสู่ทะเลอาระเบียในมหาสมุทรอินเดีย

 

ที่มา  สำนักข่าวอินโฟเควสท์