.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันอังคาร (2 ม.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ต่างก็ปิดในแดนลบ โดยตลาดถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นแอปเปิ้ล หลังจากนักวิเคราะห์ได้ปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นแอปเปิ้ล ขณะที่หุ้นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีที่มีมาร์เก็ตแคปสูงร่วงลง หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 37,715.04 จุด เพิ่มขึ้น 25.50 จุด หรือ +0.07%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,742.83 จุด ลดลง 27.00 จุด หรือ -0.57% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,765.94 จุด ลดลง 245.41 จุด หรือ -1.63%

 

ดัชนี Nasdaq ร่วงลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2566 ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 4% เมื่อคืนนี้ และสร้างแรงกดดันต่อหุ้นเติบโต (Growth Stocks) ซึ่งเป็นหุ้นที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย โดยหุ้นเหล่านี้รวมถึงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นของ 7 บริษัทเทคโนโลยีที่มีมาร์เก็ตแคปสูง (Magnificent Seven) ซึ่งได้แก่ไมโครซอฟท์, แอปเปิ้ล, อัลฟาเบท, อะเมซอน, เทสลา, เมตา แพลตฟอร์มส์ และอินวิเดีย

 

หุ้นแอปเปิ้ล ร่วงลง 3.6% ปิดที่ระดับ 185.64 ดอลลาร์ หลังจากนักวิเคราะห์ของธนาคารบาร์เคลย์สได้ปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นแอปเปิ้ลลงสู่ระดับ “Underweight” และปรับลดเป้าหมายราคาหุ้นแอปเปิ้ลลงสู่ระดับ 160 ดอลลาร์ จากเดิมที่ระดับ 161 ดอลลาร์ โดยบาร์เคลย์สระบุว่า ยอดขาย iPhone 15 อยู่ในภาวะซบเซาในขณะนี้ โดยเฉพาะในจีน ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่อ่อนแอของยอดขาย iPhone 16 ซึ่งเป็น iPhone รุ่นถัดไป

 

หุ้นโบอิ้ง ร่วงลง 3.4% หลังจากโกลด์แมน แซคส์ ถอดหุ้นของบริษัทโบอิ้งออกจากกลุ่ม “Conviction List”

 

อย่างไรก็ดี แรงซื้อหุ้นปลอดภัย (Defensive Stocks) หรือหุ้นที่สามารถต้านทานวัฎจักรทางเศรษฐกิจได้ช่วยพยุงดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนบวก โดยหุ้นดังกล่าวรวมถึงหุ้นจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และหุ้นเมอร์ค แอนด์ โค ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์รายใหญ่ของสหรัฐ นอกจากนี้ ดาวโจนส์ยังคงได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.ปีนี้

 

หุ้นโมเดอร์นา ทะยานขึ้น 13.1% หลังจากนักวิเคราะห์ของบริษัทของบริษัท Oppenheimer ได้ปรับเพิ่มน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นโมเดอร์นา และแสดงความเชื่อมั่นว่าโมเดอร์นาจะสามารถบรรลุเป้าหมายยอดขายในปี 2568

 

หุ้นกลุ่มธุรกิจบล็อกเชน ซึ่งรวมถึงหุ้นไมโครสตราทีจี (MicroStrategy) พุ่งขึ้น หลังจากราคาบิตคอยน์ทะยานขึ้นเหนือระดับ 45,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี โดยได้ปัจจัยหนุนจากความหวังที่ว่าคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) จะอนุมัติการจัดตั้ง Spot Bitcoin ETF ในเดือนนี้

 

นักลงทุนจับตาข้อมูลแรงงานของสหรัฐสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยในวันนี้ สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ส่วนวันพฤหัสบดีจะมีการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ สำหรับวันศุกร์นี้ สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร

 

ที่มา  สำนักข่าวอินโฟเควสท์