.

นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้จัดการแถลงข่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวานนี้ (31 ม.ค.) โดยนายพาวเวลกล่าวกับสื่อมวลชนว่า เฟดไม่มั่นใจว่าเงินเฟ้อของสหรัฐจะอยู่ในทิศทางที่จะทำให้เฟดตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปในเดือนมี.ค.

 

นายพาวเวลกล่าวว่า “คณะกรรมการ FOMC เชื่อมั่นว่า เป็นเรื่องเหมาะสมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อมีข้อมูลยืนยันว่าเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้แล้ว แต่เมื่อพิจารณาจากการประชุมในครั้งนี้ ผมไม่คิดว่าคณะกรรมการ FOMC จะมีความเชื่อมั่นในเรื่องนี้ได้ภายในช่วงเวลาที่เฟดจะจัดการประชุมนโยบายการเงินในเดือนมี.ค. ซึ่งหมายความว่าเราไม่อาจชี้ชัดได้ว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในเดือนมี.ค.”

 

ทั้งนี้ นายพาวเวลระบุว่า อัตราดอกเบี้ยของเฟดอยู่ในระดับสูงสุดแล้ว และดอกเบี้ยอาจจะปรับลดลงในช่วงหลายเดือนข้างหน้า เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มที่ว่าอัตราเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง และการคาดการณ์ว่าการเติบโตของการจ้างงานและเศรษฐกิจจะมีความยั่งยืน อย่างไรก็ดี นายพาวเวลปฏิเสธที่จะให้ความชัดเจนว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกเมื่อใด โดยเขากล่าวว่า “ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับข้อมูล”

 

“แม้เงินเฟ้อชะลอตัวลง แต่ก็ยังอยู่ในระดับสูงเกินไป และกระบวนการที่จะฉุดอัตราเงินเฟ้อให้ลดลงนั้น ยังคงไม่แน่นอน ส่วนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นเมื่อเฟดมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า เงินเฟ้อจะยังคงปรับตัวลงจากระดับที่เฟดให้คำนิยามว่า ‘อยู่ในระดับสูง’ อย่างน้อยต้องเป็นการปรับตัวลงเมื่อเทียบเป็นรายปี” นายพาวเวลกล่าว

 

ถ้อยแถลงของนายพาวเวลมีขึ้น หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 4 และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด

 

ในการประชุมครั้งนี้ เฟดส่งสัญญาณว่ายังไม่มีแผนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย โดยเฟดระบุในแถลงการณ์ว่า “คณะกรรมการ FOMC มองว่า เป็นเรื่องเหมาะสมที่จะยังไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น จนกว่าจะมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า เงินเฟ้อกำลังปรับตัวสู่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน”

 

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์