.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (14 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อหุ้น หลังจากตลาดดิ่งลงอย่างหนักเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากการพุ่งขึ้นของหุ้นอินวิเดีย (Nvidia) รวมทั้งหุ้นอูเบอร์ (Uber) และหุ้นลิฟต์ (Lyft) ซึ่งเป็นสองผู้ให้บริการเรียกรถโดยสาร

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 38,424.27 จุด เพิ่มขึ้น 151.52 จุด หรือ +0.40%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,000.62 จุด เพิ่มขึ้น 47.45 จุด หรือ +0.96% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,859.15 จุด เพิ่มขึ้น 203.55 จุด หรือ +1.30%

 

หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมพุ่งขึ้น 1.67% และดัชนีหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารพุ่งขึ้น 1.42%

 

หุ้นอินวิเดีย ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐ ปิดตลาดพุ่งขึ้น 2.5% ส่งผลให้มาร์เก็ตแคปของอินวิเดียเพิ่มขึ้นเป็น 1.825 ล้านล้านดอลลาร์ แซงหน้าอัลฟาเบทขึ้นเป็นบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปสูงเป็นอันดับ 3 ของวอลล์สตรีทแล้วในขณะนี้ หลังจากที่เพิ่งทำสถิติมีมาร์เก็ตแคปสูงแซงหน้าบริษัทอะเมซอนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

 

การที่มาร์เก็ตแคปของอินวิเดียพุ่งแซงหน้าบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่างอัลฟาเบทและอะเมซอน นับเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าชิปที่ใช้ในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งผลิตโดยอินวิเดียนั้นเป็นที่ต้องการอย่างมาก ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสของอินวิเดียในวันที่ 21 ก.พ.นี้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ายอดขายรายปีของอินวิเดียจะขยายตัวแข็งแกร่งถึง 118% สู่ระดับ 5.904 หมื่นล้านดอลลาร์

 

หุ้นอูเบอร์ เทคโนโลยีส์  พุ่งขึ้น 15% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังบริษัทเปิดเผยโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งการประกาศโครงการดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อูเบอร์ได้เปิดเผยกำไรและรายได้ที่สูงเกินคาดในไตรมาส 4/2566

 

หุ้นลิฟต์ ซึ่งเป็นบริษัทคู่แข่งของอูเบอร์ ทะยานขึ้น 35% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรที่สูงเกินคาดในไตรมาส 4/2566

 

หุ้นเมตา แพลตฟอร์ม และหุ้นเทสลา ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 2% ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนดัชนี S&P500

 

หุ้นซูเปอร์ ไมโคร คอมพิวเตอร์ (Super Micro Computer) ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายอุปกรณ์สำหรับเซิร์ฟเวอร์ ทะยานขึ้นกว่า 11% และเป็นปัจจัยหนุนดัชนี Russell 200 Index พุ่งขึ้น 2.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นในวันเดียวที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธ.ค. 2566

 

หุ้นที่เกี่ยวข้องกับตลาดคริปโทเคอร์เรนซีพุ่งขึ้น หลังจากมาร์เก็ตแคปของบิตคอยน์พุ่งขึ้นทะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. 2566 โดยหุ้นคอยน์เบส (Coinbase), หุ้นมาราธอน ดิจิทัล (Marathon Digital) และหุ้นไรออท แพลตฟอร์มส์ (Riot Platforms) ต่างก็ทะยานขึ้นกว่า 13%

 

สำหรับแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นั้น ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนเลื่อนคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้ของเฟดเป็นเดือนมิ.ย. จากเดิมที่คาดไว้ในเดือนพ.ค. หลังจากสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่สูงเกินคาดในเดือนม.ค.

 

ที่มา  สำนักข่าวอินโฟเควสท์