ทองไทยทำ All-time high รอบใหม่

Gold Bullish

  • ภาวะเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย
  • ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ สงครามยูเครน-รัสเซีย สงครามอิสราเอล-ฮามาส
  • ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำต่อเนื่อง

Gold Bearish

  • ความต้องการทองคำจากจีนลดลง จากเศรษฐกิจจีนที่คาดเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงในปีนี้
  • เฟดอาจจะตรึงดอกเบี้ยระดับสูงนานขึ้น

ทองไทยทำ All-time high รอบใหม่แตะ 34,550 บาท

แนวโน้มดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นนับตั้งแต่ต้นปี ดอลลาร์ได้แข็งค่ากว่า 1.80% แต่ค่าเงินบาทได้อ่อนค่ามากกว่าที่ดอลลาร์แข็งค่า โดยเงินบาทอ่อนค่าอย่างรวดเร็วเข้าใกล้ 36 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทอ่อนค่ามากถึง 4.66% จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ดันราคาทองคำแท่งภายในประเทศพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดที่ 34,550 บาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-time high) ทั้งนี้เงินบาทที่อ่อนค่ามาจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายในมากระทบ โดยปัจจัยภายนอก ที่ทำให้เงินบาทอ่อนค่า มาจากดอลลาร์แข็งค่า จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดี และเฟดได้ส่งสัญญาณอาจปรับลดดอกเบี้ยช้ากว่าที่ตลาดคาด ทำให้ดอกเบี้ยสหรัฐอาจอยู่ในระดับสูงนานขึ้น ส่วนปัจจัยภายในประเทศ จากที่ตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น เนื่องจากไทยมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะเงินฝืด หลังจากไทยประกาศเงินเฟ้อทั่วไปที่ติดลบต่อเนื่อง เป็นสัญญาณความอ่อนแอของเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ยังไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ล่าสุดกนง.มีมติไม่เอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบาย 2.5% แม้ว่าจะเป็นไปตามคาดการณ์ แต่พบว่ามี 2 เสียงหนุนลดดอกเบี้ย 0.25% ทำให้มีโอกาสที่อาจจะเกิดการลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปในปี 2567 เกิดขึ้นได้เร็วขึ้น

ทองคำจะปรับตัวขึ้นต่อไปอีกหรือไม่?

เรายังมีมุมมองบวกต่อทองคำ ทั้งทองคำ spot และทองคำแท่งในประเทศ แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าระยะสั้นตลาดทองคำอาจจะขาดแรงซื้อทองคำเข้ามาในสัปดาห์นี้ เนื่องจากตลาดการเงินจีนปิดทำการตลอดทั้งสัปดาห์ เนื่องจากเทศกาลตรุษจีน ทำให้ขาดแรงซื้อทองคำจากผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดในโลก สัปดาห์นี้ราคาทองคำอาจจะย่อตัวลง ทั้งนี้จากสถิติย้อนหลัง 5 ปีของราคาทองคำ spot ส่วนใหญ่จะปรับตัวลงหลังจากผ่านวันตรุษจีนไป 1 สัปดาห์ โดยพบว่า ราคาทองคำจะปรับตัวลงกว่า 4 ครั้ง จากทั้งหมด 5 ครั้ง ซึ่งเป็นการปรับตัวลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้เราคาดว่า ระยะสั้นราคาทองคำ spot อาจปรับตัวลง จากแรงกดดันดอลลาร์แข็งค่า เนื่องจากแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐที่คงระดับสูงนานขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำ spot อาจเป็นการปรับตัวลง เพื่อขึ้นต่อ เนื่องจากยังมีปัจจัยหนุนหลายประการในปีนี้ ได้แก่ ความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงด้านสงครามบานปลาย ความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งสหรัฐ แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก และการลดดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ ซึ่งอาจจะหนุนให้ราคาทองคำ spot ปรับตัวขึ้นได้ในช่วงครึ่งปีหลัง และอาจดันให้ราคาทองคำ spot ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบใหม่ (All-time high) ส่วนทองคำแท่งในประเทศ ให้ระวังการปรับตัวลงระยะสั้นเช่นกัน แต่ยังสามารถมีปัจจัยหนุนบวกได้ในระยะต่อไป

ราคาทองคำปรับตัวลงแตะแนวรับ 2,020 ดอลลาร์ แต่ยังไม่หลุดแนวรับดังกล่าว และยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบสามเหลี่ยม ที่มีรูปแบบ Symmetrical triangle ทั้งนี้หากราคาทองคำหลุดแนวรับ 2,015-2,020 ดอลลาร์ ราคาทองคำอาจปรับตัวลง ส่วนสัปดาห์นี้สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนม.ค. และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนม.ค. นอกจากนี้สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนก.พ. การอนุญาตก่อสร้างบ้านและการเริ่มก่อสร้างเดือนม.ค. สัปดาห์นี้ราคาทองคำมีแนวรับอยู่ที่ 2,020 ดอลลาร์ และ 2,000 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 2,040 ดอลลาร์ และแนวต้าน 2,055 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองแท่งในประเทศมีแนวรับ 34,300 บาท และ 34,050 บาท ขณะที่มีแนวต้านที่ 34,600 บาท และ 34,700 บาท

ดาวน์โหลดเอกสาร