ราคาทองคำคาดขึ้นต่อ เฟดคงดอกเบี้ย

Gold Bullish

  • ภาวะเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย
  • ความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตภาคธนาคาร
  • ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ สงครามยูเครน-รัสเซีย สงครามอิสราเอล-ฮามาส

Gold Bearish

  • แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐอยู่ระดับสูงที่ยาวนานขึ้น

ราคาทองคำคาดขึ้นต่อ จากเฟดคงดอกเบี้ยสงครามอิสราเอลกลุ่มฮามาส

เมื่อวันศุกร์ราคาทองคำปรับตัวขึ้นยืนเหนือ 2,000 ดอลลาร์ ซึ่งราคาทองคำปรับตัวขึ้นไประดับสูงสุดที่ 2,009 ดอลลาร์ เนื่องจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นของสงครามอิสราเอล-กลุ่มฮามาส หลังจากที่อิสราเอลได้ขยายขอบเขตการโจมตีทั้งทางอากาศและภาคพื้นดินในฉนวนกาซา ขณะที่สหรัฐโจมตีกองกำลังอิหร่านในซีเรีย ทำให้มีแรงซื้อทองคำเข้ามา ซึ่งสัปดาห์นี้ยังคงต้องติดตามอีกหลายประเด็นที่อาจหนุนราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้นต่อ

.

ประเด็นแรก การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ แม้ว่าดัชนี PCE พื้นฐานปรับขึ้น 3.7% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ แต่หากพิจารณาข้อมูลอัตราเงินเฟ้อในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทั้ง CPI PPI และ Core PCE จะเห็นว่าอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง ทำให้เกิดการคาดการณ์ถึงความกังวลว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เราเคยคาดการณ์ในบทความครั้งก่อน ๆ ไว้แล้วว่า เฟดไม่น่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ ซึ่งการประชุมวันที่ 25-26 ก.ค. ที่ผ่านมานั้น ที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.25%-5.50% เป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายของวงจรการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในรอบนี้ แต่อัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง จะส่งผลให้เฟดตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงระยะเวลายาวนานมากขึ้น ทั้งนี้ในการประชุมเฟดในวันที่ 31 ต.ค.-1 พ.ย. ในสัปดาห์นี้ เรายังคงยืนยันการคาดการณ์เดิมว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยเท่าเดิมที่ 5.25-5.50% ซึ่งการประกาศคงอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะเป็นแรงหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอีกได้ในสัปดาห์นี้

.

ประเด็นต่อมาที่ยังคงต้องติดตาม คือ สงครามอิสราเอล-กลุ่มฮามาส ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากที่ช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา อิสราเอลยกระดับบุกภาคพื้นดินและโจมตีทางอากาศถล่มฉนวนกาซาครั้งใหญ่ที่สุด ถึงแม้ว่าเป็นการถล่มโจมตีกลุ่มฮามาสอย่างหนักที่สุด แต่การโจมตีนั้นอาจจะไม่ประสบความสำเร็จได้มากนัก อิสราเอลได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมสาธารณะ ทำให้ฉนวนกาซาขาดการสื่อสารเกือบทั้งหมด ซึ่งต้องใช้โทรศัพท์ผ่านดาวเทียมในการติดต่อเท่านั้น นั้นก็คือแผนการของอิสราเอล เพราะอิสราเอลมีอุปกรณ์ที่สามารถระบุตำแหน่งและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับดาวเทียมได้อย่างแม่นยำพร้อมควบคุมขีปนาวุธจากอากาศสู่พื้นดินได้ แต่ดูเหมือนด้านกลุ่มฮามาสจะคาดการณ์ไว้แล้วและเตรียมพร้อมไว้อย่างดี เพราะกลุ่มฮามาสอ้างว่ามีอุปกรณ์สื่อสารในอุโมงค์ที่ลึกลงไปในฉนวนกาซา โดยมีเกราะป้องกันแม่เหล็กไฟฟ้าที่แข็งแกร่ง เพื่อป้องกันการตรวจจับและการสกัดกั้นสัญญาณไว้อย่างดี ทำให้คาดว่าสงครามอิสราเอล-กลุ่มฮามาสมีความเสี่ยงที่จะยืดเยื้อ และส่อแววที่จะทวีคูณความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐได้มีการโจมตีกองกำลังอิหร่านในซีเรีย ทำให้มีความเสี่ยงที่แนวโน้มว่าสงครามอาจบานปลายยิ่งขึ้น จึงมีโอกาสที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้ต่อ และหากว่าสงครามมีความบานปลายมากขึ้นไปสู่ตะวันออกกลางก็จะยิ่งดันให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นไปสู่ระดับสูงสุดที่เคยทำไว้ในปีนี้

.

หลังจากราคาทองคำทะลุแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาที่ 2,000 ดอลลาร์ได้  ทำให้ราคาทองคำทางด้านเทคนิคคาดปรับขึ้นได้ต่อเนื่อง สัปดาห์นี้สหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงาน ได้แก่ การจ้างงานภาคเอกชนทั่วประเทศเดือนต.ค. ของ ADP และการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนต.ค. นอกจากนี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) และการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ สัปดาห์นี้ราคาทองคำมีแนวรับอยู่ที่  1,980 ดอลลาร์ และ 1,970 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 2,020 ดอลลาร์ และแนวต้าน 2,050 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองแท่งในประเทศมีแนวรับ 34,000 บาท และ 33,800 บาท ขณะที่มีแนวต้านที่ 34,400 บาท และ 34,600 บาท

ดาวน์โหลดเอกสาร