สหรัฐเสี่ยง shut down 1 .ค.

Gold Bullish

  • ภาวะเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย
  • ความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตภาคธนาคาร
  • ความเสี่ยงความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์
  • ความเสี่ยงที่สหรัฐจะเกิด Government shutdown

Gold Bearish

  • แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐอยู่ระดับสูงที่ยาวนานขึ้น

สหรัฐเสี่ยง shut down 1 .ค. หนุนราคาทองคำ 

หนี้สาธารณะสหรัฐพุ่งทะลุ 33 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ เนื่องจากการใช้จ่ายรัฐบาลกลางสหรัฐใช้จ่ายงบประมาณมากถึง 50% ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562-2564 จากการปรับลดภาษี มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และรายได้จัดเก็บน้อยลงในช่วงโควิดจากการว่างงานสหรัฐ ทำให้การกู้ยืมรัฐบาลสหรัฐพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ สหรัฐจำเป็นต้องผ่านร่างกฎหมายงบประมาณอีกครั้ง ซึ่งมีเวลาถึงวันที่ 30 ก.ย.นี้เป็นวันเดดไลน์แต่ล่าสุดสภายังไม่ผ่านงบประมาณครั้งที่ 3 ทั้งนี้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติด้วยคะแนนเสียง 216 ต่อ 212 เสียง เพื่อคัดค้านร่างจัดสรรงบกลาโหมมูลค่ากว่า 886,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งยังมีความเสี่ยงที่จะเกิด Government shutdown หากสภาไม่สามารถผ่านงบประมาณก่อน 30 กันยายนนี้

.

ความเห็นที่ขัดแย้งของสภาคองเกรส จากที่พรรครีพับลิกันต้องการลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง ตรงข้ามกับพรรคเดโมแครตต้องการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น นอกจากนี้พรรคเดโมแครตมองว่าปริมาณหนี้ที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากมาตรการลดภาษีของพรรคริพับลิกัน  และเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทขนาดใหญ่ และกลุ่มคนรวยภายในประเทศตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้สมาชิกสภาคองเกรสกำลังเจรจาแผนใหม่เพื่อให้ทุนแก่รัฐบาลตลอดปีงบประมาณที่เหลือ จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2567 รวมถึงการลดการใช้จ่ายที่จะตัดทอนโครงการต่อต้านความยากจน ความช่วยเหลือสำหรับยูเครน ในขณะเดียวกันจะเพิ่มเงินสำหรับการฟื้นฟูภัยพิบัติในประเทศ นอกจากนี้สมาชิกพรรคริพับลิกัน  ต้องการเพิ่มการลดหย่อนภาษีเป็น 2 เท่า ด้วยการขยายโครงการลดหย่อนภาษีที่บังคับใช้ในยุคของโดนัล ทรัมป์ และยกเลิกการปฎิรูปภาษีนิติบุคคลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ส่วนประธานาธิบดีโจ ไบเดน ต้องการให้บริษัทใหญ่จ่ายภาษีอย่างเหมาะสม และงดเงินอุดหนุนให้บริษัทน้ำมันและยา ซึ่งจะทำให้ลดการขาดดุลไปกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

.

ย้อนไปในช่วงเดือนพ.ค. สหรัฐใช้เวลาเจรจากันนานพอสมควรจนสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ภายในวินาทีสุดท้าย แม้ว่าสหรัฐจะรอดพ้นจากความเสี่ยงจาก Government shutdown  แต่ความเชื่อถือของสหรัฐได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Fitch ปรับลด Credit Rating ระยะยาวของสหรัฐฯ Fitch ปรับลด Credit Rating ระยะยาวของสหรัฐฯ จากระดับ AAA เหลือ AA+  เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุถึงสถานะการคลังของสหรัฐที่มีแนวโน้มถดถอยลงในช่วง 3 ปีข้างหน้า ขณะที่ระบบธรรมาภิบาลอ่อนแอลง และภาระหนี้สินโดยรวมของสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากความขัดแย้งทางการเมือง ก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการที่สหรัฐซัดดาว์น โดยส่วนใหญ่จะบรรลุข้อตกลงกันในนาทีสุดท้าย และการปรับเพิ่มเพดานหนี้หลายครั้งยังทำให้หนี้สินสหรัฐพุ่งขึ้น และได้ชนเพดานหลายครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าสหรัฐจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในที่สุด แต่ปัญหาดังกล่าวอาจส่งผลให้สหรัฐมีความเสี่ยงในด้านความน่าเชื่อถือลดลงอีกได้ ซึ่งส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลงในระยะยาว หนุนราคาทองคำให้น่าสนใจในระยะยาวมากยิ่งขึ้น

ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหว Sideways แม้ว่าราคาทองคำจะได้รับแรงกดดันจากการส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยอีก แต่ราคาทองคำปรับตัวลงก็มีแรงซื้อกลับเข้ามา สัปดาห์นี้สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย. โดย Conference Board จีดีพีไตรมาส 2  ดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐานเดือนส.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.ของม.มิชิแกน สัปดาห์นี้ราคาทองคำมีแนวรับอยู่ที่  1,910 ดอลลาร์ และ 1,900 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,930 ดอลลาร์ และแนวต้าน 1,945 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองแท่งในประเทศมีแนวรับ 32,700 บาท และ 32,600 บาท ขณะที่มีแนวต้านที่ 33,050 บาท และ 33,200 บาท

ดาวน์โหลดเอกสาร