สงครามอิสราเอล-ฮามาส
ราคาทองตลาดโลกจะ All-time high ?

แนวโน้มราคาทองคำในไตรมาส 4 คาดเป็นขาขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ สงครามระหว่างอิสราเอล-ฮามาส  การสิ้นสุดวงจรอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เงินดอลลาร์ที่คาดกลับทิศทางอ่อนค่าลง ความต้องการทองคำในช่วงปลายปี และปัจจัยด้านเทคนิคของราคาทองเป็นขาขึ้น ส่วนปัจจัยลบ ได้แก่ เงินทุนไหลออกจากกองทุนอีทีเอฟทองคำ

สงครามระหว่างอิสราเอล-ฮามาส 

ทองคำยังเป็นที่ต้องการเสมอเมื่อเกิดสงคราม ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์เกิดขึ้นมายาวนาน แต่สงครามที่เกิดขึ้นระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ปาเลสไตน์รอบนี้ถือว่ารุนแรงมากที่สุดในรอบ 50 ปี ทำให้มีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ราคาทองคำปรับขึ้นแรงอย่างต่อเนื่องทำจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน แตะ 1,982 ดอลลาร์ โดยเพิ่มขึ้นราว 170 ดอลลาร์ หรือ 9.3% ภายใน 2 สัปดาห์ จากที่ราคาทองคำปรับลงทำจุดต่ำสุดในรอบ 7 เดือนแตะ 1,810 ดอลลาร์

.

สถานการณ์สงครามรุนแรงมากขึ้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคมที่อิสราเอลประกาศให้ประชาชนอพยพจากฉนวนกาซ่าเพื่อกวาดล้างโจมตีภาคพื้นดินต่อกลุ่มฮามาส ทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นแรงกว่า 60 ดอลลาร์หรือ 3.4% และเมื่อวันอังคารที่ 17 ตุลาคมเกิดเหตุการณ์ระเบิดที่โรงพยาบาลในฉนวนกาซ่า ทำให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น ล่าสุดนายกรัฐมนตรีอิสราเอลประกาศว่าสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสจะไม่สิ้นสุดลงในเวลาอันสั้น

.

ราคาทองคำจะเพิ่มขึ้นอีกมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่าสงครามจะกินเวลานานแค่ไหนและจะขยายวงกว้างหรือไม่ ซึ่งประเมินสถานการณ์ 3 กรณี ดังนี้

  1. สงครามจำกัดเฉพาะอิสราเอลและกลุ่มฮามาส คาดว่าราคาทองคำอาจจะขึ้นไปแตะที่ 1,982-2,000ดอลลาร์
    .
  2. กรณีสงครามขยายวงกว้าง โดยมีเลบานอนและซีเรียเข้ามาร่วมทำสงครามช่วยเหลือกลุ่มฮามาส เพื่อต่อสู้กับอิสราเอล จะทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นแตะ100  ดอลลาร์ และคาดว่าราคาทองคำจะทะลุ2,000 ดอลลาร์และอาจแตะ 2,020 ดอลลาร์
    .
  3. กรณีสุดท้ายเกิดสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเนื่องจากอิหร่านที่สนับสนุนกลุ่มฮามาส ตัดสินใจทำสงครามกับอิสราเอล กรณีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากที่สุด แต่ถ้าเกิดขึ้นจะทำให้ราคาน้ำมันอาจจะพุ่งขึ้นแตะ150 ดอลลาร์ เนื่องจากอิหร่านเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่ โดยมีกำลังการผลิต 3.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน และการส่งออกน้ำมันจากประเทศตะวันออกกลางต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีการประเมินว่าการส่งออกน้ำมันทั่วโลกประมาณ 40% ต้องผ่านช่องแคบนี้  ดังนั้นถ้าเกิดสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน จะทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันลดลงและเกิดปัญหาเรื่องการขนส่งน้ำมันด้วย กรณีนี้คาดว่าราคาทองคำจะทำ All-time high ซึ่งในช่วงเกิดสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ราคาทองคำรอบนั้นทำ All-time high แตะ 2,069 ดอลลาร์ในวันที่ 8 มีนาคม 2565

.

แต่ในกรณีสงครามหรือเหตุการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลายลง ต้องระวังแรงเทขายทองคำเพราะราคาทองคำขึ้นแรงรอบนี้จากปัจจัยเรื่องสงครามเป็นหลัก ถ้าสงครามจบ ราคาทองคำก็จะลงแรง

สงคราม vs. ราคาทองคำ

เฟดยุติการขึ้นอัตราดอกเบี้ย

เฟดมีแนวโน้มยุติการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ถึงแม้ว่าการแถลงของประธานเฟดล่าสุดยังเป็นห่วงอัตราเงินเฟ้อที่สูง และเฟดจะยังควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2%  รวมทั้งการเปิดเผยประมาณการอัตราดอกเบี้ยหรือ Dot Plot ในเดือนกันยายนสะท้อนให้เห็นว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยต่ออีก 1 ครั้งในปีนี้และจะตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับที่สูงยาวนานมากขึ้น แต่มีความเป็นไปได้ว่าเฟดจะยุติการขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจากที่เจ้าหน้าที่เฟดหลายท่านให้ความเห็นสนับสนุนให้เฟดชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการเปิดเผยรายงานการประชุมเฟดครั้งล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่าคณะกรรมการเฟดส่วนใหญ่เห็นควรระมัดระวังการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้คาดว่าการประชุมเฟดในไตรมาส 4 คือเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคม เฟดจะไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยเฟดจะสูงสุดที่ 5.25-5.50% ทำให้ในไตรมาส 4 คาดเงินดอลลาร์สหรัฐจะกลับทิศทางอ่อนค่าลง หลังจากแข็งค่ามากที่สุดในรอบเกือบ 1 ปีและ Bond yields  สหรัฐปรับตัวลง หลังจาก Bond yields  สหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 16 ปี

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปี 2565-2566

ความต้องการทองคำในช่วงปลายปี

โดยปกติช่วงไฮซีซั่นของทองคำคือในช่วงปลายปีต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 1 โดยส่วนใหญ่เป็นความต้องการทองคำจากเอเชีย โดยเฉพาะจีนที่เป็นประเทศที่ใช้ทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจของจีนมีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวลง แต่ในไตรมาส 3 ยังขยายตัว 4.9% สูงกว่าตลาดคาดจะขยายตัว 4.5% ดังนั้นคาดว่ายังมีความต้องการทองคำจากจีนในช่วงปลายปีนี้อยู่และคาดว่าเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ

.

เมื่อดูจากกราฟสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการทองคำจากจีนในปีนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากที่จีนมีการเปิดประเทศในช่วงต้นปี ในไตรมาส 1 มีความต้องการทองคำ 261 ตัน เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถึงแม้ว่าในไตรมาส 2 ความต้องการทองคำลดลงจากไตรมาส 1 เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น โดยมีความต้องการทองคำ 181 ตัน แต่เพิ่มขึ้นถึง 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ความต้องการทองคำจากจีน

ที่มา : สภาทองคำโลก, HGF

เงินทุนไหลออกจากกองทุนอีทีเอฟทองคำ

การเข้าซื้อทองคำของกองทุนอีทีเอฟทองคำโดยส่วนใหญ่เป็นการซื้อเพื่อกระจายความเสี่ยงจากพอร์ตการลงทุน ดังนั้นโดยส่วนใหญ่เป็นการเข้าซื้อในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอน เกิดวิกฤติทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ

.

ในช่วงเกิดวิกฤตโควิด-19 ในปี 2563 กองทุนอีทีเอฟทองคำ SPDR เข้ามาซื้อทองคำอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมต่อเนื่องไปจนถึงเดือนตุลาคม ก่อนโควิด-19 กองทุน SPDR ถือทองต่ำกว่า 900 ตันและซื้อทองเพิ่มต่อเนื่องจนแตะสูงสุด 1,277 ตันในเดือนตุลาคม แต่หลังจากมีการทดลองวัคซีนโควิด-19 สำเร็จก็เริ่มมีการขายทองคำออกมาต่อเนื่อง

.

ในช่วงที่เกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน กองทุน SPDR กลับมาซื้อทองราว 70 ตัน และถือครองทองสูงสุดแตะเกือบ 1,100 ตันในช่วงปลายเดือนมีนาคม แต่หลังจากนั้นมีการขายทองออกมาต่อเนื่อง เป็นที่น่าสังเกตว่าสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างอิสราเอล-ฮามาส ยังไม่เห็นการกลับมาซื้อทองของกองทุน SPDR แต่กลับขายทองออกมาอีก ทำให้ล่าสุดณ.วันที่ 19 ตุลาคมถือครองทอง 848.24 ตัน ต่ำกว่าก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ตรงนั้นเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ

การถือทองของกองทุนอีทีเอฟทองคำ SPDR

ที่มา : www.spdrgoldshares.com, HGF

ปัจจัยด้านเทคนิคของราคาทองเป็นขาขึ้น

ราคาทองคำ Spot ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง และทะลุแนวต้าน 1,930 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (SMA) 200 วัน ทำให้ยืนยันว่าราคาทองคำเป็นขาขึ้นในระยะยาว ราคาสามารถยืนเหนือเส้น SMA ทุกเส้นและ MACD กลับมาเป็นบวก เมื่อวานราคาทองคำปรับขึ้นแรงอีกรอบจนสามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ 1,950 ดอลลาร์ขึ้นมาได้ และวันนี้ขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 1,982 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในวันที่ 27 กรกฎาคม ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,987 ดอลลาร์ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในวันที่ 20 กรกฎาคม ทั้งนี้คาดว่าจะมีแรงเทขายออกมา เนื่องจากคาดเริ่มเกิดสัญญาณขายมากเกินไป (Oversold) แต่ถ้าผ่านขึ้นได้จะมีแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาที่ 2,000 ดอลลาร์

ราคาทองคำ Spot ทะลุแนวต้านสำคัญต่อเนื่อง

ที่มา : โปรแกรม Aspen

ดาวน์โหลดเอกสาร