จุดเปลี่ยนไต้หวัน! ผ่านการเลือกตั้งไต้หวัน

จุดเปลี่ยนไต้หวัน! ผ่านการเลือกตั้งไต้หวัน

Gold Bullish

  • หากรองประธานาธิบดีไล ชิงเต๋อ (Lai Ching-te) จาก DPP ชนะการเลือกตั้ง ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์จะยังคงมีอยู่

Gold Bearish

  • หากโหวโหยวอี้ (Hou Yu-ih) พรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) หรือเคอเหวินเจ๋อ จากพรรค TPP ชนะการเลือกตั้ง ความตีงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะน้อยลง

จับตาการเลือกตั้งไต้หวันในวันที่ 13 ม.ค. 2567

การเลือกตั้งในไตหวันจะมีในวันที่ 13 ม.ค. 2567 ซึ่งจะเริ่มต้นในเวลา 8.00-16.00 น. (ไตหวันเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) จากผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด 19.5 ล้านคน โดยปัจจุบันรัฐสภาไต้หวันมีที่นั่งทั้งหมด 113 ที่นั่ง เป็นแบบแบ่งเขต 73 ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์ 34 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่งสำหรับสมาชิกผู้ทรงเกียรติ

ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวัน ในครั้งนี้ ได้แก่

ฝั่งของรัฐบาลเดิม เสนอรองประธานาธิบดีไล ชิงเต๋อ (Lai Ching-te) จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party : DPP)   

จุดยืนพรรคที่มีต่อจีน : สนับสนุนเอกราชของไต้หวัน แบ่งแยกออกจากจีน

.

รองประธานาธิบดีไล ชิงเต๋อ จากพรรค DPP มีนโยบายที่ชัดเจนที่จะมุ่งสนับสนุนให้ไต้หวันพัฒนาไปสู่การเป็นสังคมประชาธิปไตย หรือสรุปได้ง่ายๆว่า มีนโยบายแยกประเทศออกจากจีนอย่างเด็ดขาด และจะมีความใกล้ชิดกับสหรัฐมากขึ้น เนื่องจากมีความเห็นว่าไต้หวันพึ่งพาแผ่นดินใหญ่มากเกินไป และควรสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับมหาอำนาจประเทศอื่น ๆ โดยตลอดภายใต้ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของพรรค DPP ไต้หวันได้กระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งยังสหรัฐได้อนุมัติแพ็กเกจเงินช่วยเหลือทางทหารภายใต้ “โครงการจัดหางบประมาณทางทหารแก่ต่างประเทศ” (Foreign Military Financing : FMF)  มูลค่า 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2,800 ล้านบาท ผ่านโครงการ FMF เป็นครั้งแรก โครงการนี้ที่ทราบกันดีว่าเป็นโครงการที่สหรัฐจะให้กับประเทศที่สหรัฐรับรองการเป็นเอกราชมีอธิปไตย อีกทั้งประสบวิกฤตที่ร้ายแรงที่สุดในช่องแคบไต้หวันในรอบหลายปีเมื่อประธานสภาผู้แทนราษฎร แนนซี เพโลซีเยือนไต้หวันในช่วงเดือนส.ค.2565 ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพรรค DPP มีความชัดเจนที่ไม่เห็นด้วยในการที่ให้ไต้หวันรวมกับจีน

โหวโหยวอี้ (Hou Yu-ih) นายกเทศมนตรีไทเป แห่งพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT)

จุดยืนพรรคที่มีต่อจีน : สนับสนุนนโยบายจีนเดียว

.

พรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) พรรคนี้มีนโยบายที่จะคงสถานะที่เป็นอยู่และสนับสนุนการรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ใกล้ชิดกับจีน

เคอเหวินเจ๋อ (KoWen-je) อดีตนายกเทศมนตรีกรุงไทเป จากพรรค TPP

จุดยืนพรรคที่มีต่อจีน : สนับสนุนนโยบายจีนเดียว

ผลสำรวจล่าสุดใครมีคะแนนนำ

พรรคที่ได้รับความนิยมจากโพลล่าสุดนั่นคือ พรรค DPP ที่มีรองประธานาธิบดีไล ชิงเต๋อ คนปัจจุบัน มีคะแนนนำเกือบทุกพรรค และนำพรรคพรรคก๊กมินตั๋ง

ที่มา : taiwannews.com

ปัจจัยกระทบด้านภูมิรัฐศาสตร์

เราคาดว่ารองประธานาธิบดีไล ชิงเต๋อ (Lai Ching-te) จาก DPP มีโอกาสจะชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้มากที่สุด และหากผลการเลือกตั้งไต้หวันครั้งนี้ รองประธานาธิบดีไล ชิงเต๋อ (Lai Ching-te) จาก DPP ชนะการเลือกตั้ง จะส่งผลให้ความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ก็ยังคงอยู่  เนื่องจากไต้หวันอาจจะสนับสนุนเอกราชของไต้หวัน แบ่งแยกออกจากจีน และสร้างความสัมพันธ์กับสหรัฐมากขึ้น จึงอาจสร้างความไม่พอใจให้กับจีน ซึ่งอาจจะนำไปสู่สงครามในวันใดวันหนึ่ง หรือมีความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวันมากขึ้น ขณะที่มีแหล่งข่าวว่าจีนกำลังเตรียมตัวรวมประเทศกับไต้หวันในปีนี้ รวมถึงแหล่งข่าวกรองระดับสูงของสหรัฐได้เคยมีการคาดการณ์ว่าจีนอาจจะบุกไต้หวันอย่างเร็วที่สุดในปี ค.ศ. 2025 ทั้งนี้เราคาดว่ากองทัพจีนอาจไม่พร้อมสำหรับสงครามจีน-ไต้หวันในระยะใกล้นี้ เนื่องด้วยเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัวลง ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่กำลังประสบปัญหา นโยบายรวบอำนาจเบ็ดเสร็จของประธานาธิบดีสีจี้นผิง ที่ไม่อนุญาตให้มีการถกเถียงเรื่องนโยบายได้อย่าจริงจังอีกต่อไป

.

สำหรับโหวโหยวอี้ (Hou Yu-ih) นายกเทศมนตรีไทเป แห่งพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) เราคาดว่าจะไม่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่หากผลการเลือกตั้งออกมา โหวโหยวอี้ (Hou Yu-ih) พรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) เป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง นั่นคือ จุดเปลี่ยนของไต้หวัน เกมโลกก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากพรรคนี้มีนโยบายที่จะคงสถานะที่เป็นอยู่และสนับสนุนการรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ใกล้ชิดกับจีน ความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์จะน้อยลง ฟื้นฟูข้อตกลงการค้าบริการในช่องแคบไต้หวัน ซึ่งเป็นสนธิสัญญาทางการค้าที่จะเปิดเสรีการค้าเพิ่มเติม ทำให้ไต้หวันกับจีนมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมากขึ้น เนื่องจากจีนยังคงเป็นคู่ค้าอันดับต้นๆ ของไต้หวัน การค้าข้ามช่องแคบมีมูลค่าถึง 205.11 พันล้านดอลลาร์ในปี 2565 และจะเพิ่มความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ การเมือง ความร่วมมือกับจีนจะมากขึ้น

.

ส่วนอีกพรรคหนึ่งเป็นทางเลือกที่ 3 คือ เคอเหวินเจ๋อ อดีตนายกเทศมนตรีกรุงไทเป จากพรรค TPP พรรคนี้จะคล้ายพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ซึ่งเราก็คาดว่าจะไม่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้เช่นกัน แต่หากผลออกมาชนะ พรรคจะประนีประนอมกับจีน คงสถานะที่เป็นอยู่ ซึ่งจะดำเนินนโยบายคล้ายกันกับพรรค KMT

แต่ละท่านถ้าได้รับตำแหน่ง จะมีผลอย่างไรกับราคาทอง/ค่าเงินบาท

หากรองประธานาธิบดีไล ชิงเต๋อ (Lai Ching-te) จาก DPP ชนะการเลือกตั้ง จะส่งผลบวกต่อราคาทองคำ แต่คาดว่าจะส่งผลบวกต่อทองคำเพียงเล็กน้อย ส่วนเงินบาทจะอ่อนค่าลง เนื่องจากนักลงทุนอาจเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น อย่างเช่น ทองคำและดอลลาร์สหรัฐ จึงอาจทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เงินบาทจะอ่อนค่าเมื่อเทียบสกุลเงินดอลลาร์ จึงหนุนราคาทองคำ spot และราคาทองคำแท่งในประเทศ

.

และหากโหวโหยวอี้ (Hou Yu-ih) พรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) หรือเคอเหวินเจ๋อ จากพรรค TPP ชนะการเลือกตั้ง จะเป็นผลลบต่อราคาทองคำ เพราะความตีงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะน้อยลง เงินหยวนอาจแข็งค่าเล็กน้อย ซึ่งจะนำพาให้สกุลเงินในเอเชียแข็งค่าตามเงินหยวน จึงส่งผลให้เงินบาทอาจกลับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย

ดาวน์โหลดเอกสาร