แนวโน้มตลาดทองคำ

ปรับขึ้น แต่ให้ระวัง

  • ราคาทองคำปรับขึ้น +20.3 ดอลลาร์ คิดเป็น +0.95%
  • ปิดตลาดที่ระดับ 2,147 ดอลลาร์

Gold spot
สูงสุด – 2,152 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 2,123 ดอลลาร์

ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 36,100 บาท
ต่ำสุด – 35,950 บาท

ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา

ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงสู่ All-Time High  จากแรงหนุนเงินดอลลาร์อ่อนค่า และประธานเฟดแถลงต่อสภาคองเกรส คาดว่าเฟดจะเริ่มปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้ แต่ยังไม่ได้ระบุเมื่อใด เนื่องจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วเกินไปจะทำให้เฟดมีความเสี่ยงต่อการพ่ายแพ้ในการทำสงครามกับเงินเฟ้อ ขณะที่นักลงทุนยังคาดว่าเฟดจะเริ่มปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย. ส่วนกองทุน SPDR ขายทอง 4.03 ตัน

.

ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม

คืนนี้ติดตามการแถลงการณ์นโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา ซึ่งคาดว่าไม่แตกต่างกันจากการแถลงเมื่อคืนที่ผ่านมา

.

วิเคราะห์ราคาทอง

เกิดแท่งเทียนสีเขียวยาว 4 แท่งเทียนติดต่อกัน  และแท่งเทียนเมื่อวานนี้ปิดที่ All-Time High สัญญาณทางเทคนิคของกราฟราคาทองคำรายวันยังมีแนวโน้มปรับขึ้น แต่ให้ระวัง เนื่องจากมีสัญญาณซื้อมากเกินไป จาก Modified Stochastic และกราฟราย 1-2 ชั่วโมงเริ่มเกิด Bearish divergence

ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 2,130 และ 2,120 ดอลลาร์
แนวต้าน 2,152 และ 2,160 ดอลลาร์

.

ยังคงแนะนำฝั่งซื้อมากกว่า โดยเปิดสถานะซื้อ (Long position) หากราคาทองคำมีการย่อตัวลงบริเวณ 2,130 ดอลลาร์ โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 2,120 ดอลลาร์ สำหรับคนที่เปิดสถานะซื้อไว้ให้ Let Profit Run อย่างไรก็ตามการเปิดสถานะซื้อช่วงนี้เหมาะกับคนชอบความเสี่ยง และเหมาะการเข้าออกเร็ว สำหรับคนชอบความเสี่ยงน้อยกว่า ให้รอราคาทองคำปรับฐานแรงกว่านี้ เพราะเริ่มเกิดสัญญาณซื้อมากเกินไป

ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 36,000 และ 35,900 บาท
แนวต้าน 36,200 และ 36,300 บาท

.

เงินบาทเริ่มกลับทิศทางแข็งค่า กดดันราคาทองคำแท่งในประเทศ แต่ด้วยราคาทองคำ spot ดีดขึ้นแรงกว่า จึงอาจทำให้ราคาทองคำแท่งในประเทศทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (All-Time high) รอบใหม่ แนะนำถือต่อไป (Let Profit Run) สำหรับคนจะซื้อทองคำ รอราคาทองคำย่อตัวลง