ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดร่วง 545.91 จุด วิตกสงครามการค้า,บอนด์ยีลด์สูงหนุนเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย

//ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดร่วง 545.91 จุด วิตกสงครามการค้า,บอนด์ยีลด์สูงหนุนเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ต.ค. 61)–ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (11 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า สงครามการค้าอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้ แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐขยับลงหลังจากการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ต่ำกว่าคาดเมื่อคืนนี้ แต่นักลงทุนมองว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังคงอยู่ในระดับที่สูง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,052.83 จุด ร่วงลง 545.91 จุด หรือ -2.13% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,728.37 จุด ลดลง 57.31 จุด หรือ -2.06% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,329.06 จุด ลดลง 92.99 จุด หรือ -1.25%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยแม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 10 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 3.157% เมื่อคืนนี้ หลังสหรัฐเผยดัชนี CPI เดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.2% แต่นักลงทุนมองว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังคงเคลื่อนไหวในระดับที่สูง และจะเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้เฟดเร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยกดดันจากความกังวลที่ว่า สงครามการค้าอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีก 2.67 แสนล้านดอลลาร์ หากจีนทำการตอบโต้ต่อการเรียกเก็บภาษีก่อนหน้านี้ของสหรัฐ

ทางด้านนางคริสทีน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เตือนในระหว่างการแถลงในที่ประชุมประจำปีของ IMF ที่อินโดนีเซียเมื่อวานนี้ว่า ความตึงเครียดด้านการค้าจะฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และจะส่งผลทำให้ประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบไปด้วย

หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ดิ่งลงถึง 3% เมื่อคืนนี้ โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล และหุ้นเชฟรอน ต่างก็ร่วงลง 3.4% หุ้นเชซาพีค เอนเนอร์ยี ดิ่งลง 5.2% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม ร่วงลง 1.8% หุ้นเดวอน เอนเนอร์จี ดิ่งลง 3.3% และหุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ร่วงลง 2.2%

หุ้นกลุ่มประกันร่วงลงเนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากพายุเฮอร์ริเคน “ไมเคิล” โดยหุ้นทราเวลเลอร์ส คอมพานีส์ ปรับตัวลง 3% หุ้นออลสเตท คอร์ป ดิ่งลง 3.8%

หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลง ก่อนที่ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐจะเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาส โดยหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ร่วงลง 2.9% หุ้นโกลด์แมน แซคส์ ลดลง 0.9% หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ ร่วงลง 2.5% หุ้นเวลส์ ฟาร์โก ลดลง 1.9% หุ้นเจพีมอร์แกน เชส ร่วงลง 3% และหุ้นซิตี้กรุ๊ป ดิ่งลง 2.2%

หุ้นเทสลา ร่วงลง 1.8% หลังจากนายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเทสลา ได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวของสื่อที่ว่า นายเจมส์ เมอร์ด็อค ซีอีโอของบริษัท ทเวนตี้-เฟิร์สท์ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ จะเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารของเทสลา

หุ้นเซียร์ส โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าชื่อดังของสหรัฐ และเป็นเจ้าของห้างเซียร์ส และเคมาร์ท ร่วงลงอย่างหนักถึง 29.7% หลังจากหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า เซียร์สไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับธนาคารเจ้าหนี้เกี่ยวกับการขอเงินกู้เพิ่มเติม ซึ่งจะผลักดันให้เซียร์สเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย โดยเซียร์สอาจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอพิทักษ์ทรัพย์ตามกฎหมายล้มละลายในวันที่ 15 ต.ค. อย่างไรก็ตาม เซียร์สเตือนว่า ทางบริษัทอาจผิดนัดชำระหนี้จำนวน 134 ล้านดอลลาร์ที่มีกำหนดชำระในวันดังกล่าว

หุ้นเดลต้า แอร์ไลน์ อิงค์ ซึ่งเป็นสายการบินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหรัฐ ทะยานขึ้น 3.5% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรในไตรมาส 3 ที่ระดับ 1.80 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 1.74 ดอลลาร์/หุ้น และรายได้เพิ่มขึ้น 8% สู่ระดับ 1.195 หมื่นล้านดอลลาร์

หุ้นแอล แบรนด์ส ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแบรนด์ชุดชั้นใน “Victoria’s Secret” พุ่งขึ้น 5.9% หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดขายในเดือนก.ย.เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบเป็นรายปี

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 7,000 ราย สู่ระดับ 214,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 206,000 ราย

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ได้แก่ ราคานำเข้าและส่งออกเดือนก.ย., ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนต.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

 

–อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th–

2018-10-12T09:38:16+00:00 12 ตุลาคม 2018 เวลา 9:38|ข่าวเศรษฐกิจ|
X