สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ก.ค. 64)–สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานผลการวิจัยของเกาหลีใต้ซึ่งเปิดเผยว่า การฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าเข็มแรก แล้วตามด้วยวัคซีนของไฟเซอร์เข็มที่สองจะช่วยเพิ่มระดับแอนติบอดีลบล้างฤทธิ์ (neutralizing antibody) เพิ่มขึ้นเป็น 6 เท่าเมื่อเทียบกับการฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าทั้งสองโดส

ผู้เข้าร่วมการทดลองในครั้งนี้ประกอบด้วยบุคลากรทางการแพทย์ 499 คน โดยในจำนวนนี้มี 100 คนที่ได้รับวัคซีนสูตรผสม ส่วนอีก 200 คนได้รับวัคซีนของไฟเซอร์ทั้งสองโดส และที่เหลือนั้นได้รับวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าทั้งสองโดส

ข้อมูลระบุว่า ผู้เข้าร่วมการทดลองทุกคนมีแอนติบอดีลบล้างฤทธิ์ ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ไวรัสโควิด-19 เข้าสู่เซลล์และเพิ่มจำนวน ผลการศึกษายังระบุว่า กลุ่มผู้ที่ฉีดวัคซีนสูตรผสมมีปริมาณแอนติบอดีลบล้างฤทธิ์ในระดับเดียวกับกลุ่มที่ได้รับวัคซีนของไฟเซอร์ทั้งสองโดส

ขณะที่ผลการวิจัยของอังกฤษเมื่อเดือนที่ผ่านมาเปิดเผยข้อมูลจากการทดลองในลักษณะเดียวกัน ซึ่งระบุว่าการฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มแรก แล้วตามด้วยวัคซีนของไฟเซอร์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองของทีเซลล์ (T-cell) ได้ดีที่สุด และยังมีระดับการตอบสนองของแอนติบอดีสูงกว่าการฉีดวัคซีนของไฟเซอร์เป็นเข็มแรก แล้วตามด้วยแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มที่สอง

ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยประกอบการตัดสินใจให้หลายประเทศที่ต้องการเสนอทางเลือกในการฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าเป็นโดสที่สอง หลังจากมีรายงานว่าวัคซีนชนิดนี้มีความเชื่อมโยงกับภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (KCDC) ระบุว่า การวิจัยยังวิเคราะห์ถึงการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่น่ากังวลด้วย โดยพบว่า ไม่มีกลุ่มการทดลองใดที่พบว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพลดลงในการยับยั้งเชื้อไวรัสสายพันธุ์อัลฟา อย่างไรก็ดี สำหรับไวรัสสายพันธุ์เบตา, แกมมา และเดลตานั้น พบว่าค่าแอนติบอดีลบล้างฤทธิ์ลดลง 2.5-6 เท่า

 

–อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย สุภัค โห้พึ่งจู/กัลยาณี โทร.Tel. 02-253-5000 ต่อ 363 อีเมล์: kallayanee.c@infoquest.co.th–