.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (15 มี.ค.) นำโดยหุ้นขนาดใหญ่ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีซึ่งเคยหนุนตลาดทะยานขึ้นในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนพิจารณาแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยก่อนการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า

 

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 38,714.77 จุด ลดลง 190.89 จุด หรือ -0.49%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,117.09 จุด ลดลง 33.39 จุด หรือ -0.65% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,973.17 จุด ลดลง 155.36 จุด หรือ -0.96%

 

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีทั้ง 3 ตัวปรับตัวลงเล็กน้อย โดยดาวโจนส์ลดลง 0.02%, S&P500 ลดลง 0.1% และ Nasdaq ลดลง 0.7%

 

บรรดาเทรดเดอร์ลดการคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเดือนมิ.ย. หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาด

 

หุ้นอะโดบี ร่วงลง 13.7% หลังคาดการณ์รายได้ไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ โดยระบุถึงการแข่งขันและอุปสงค์ที่อ่อนแอสำหรับซอฟต์แวร์ภาพถ่าย, ภาพประกอบ และวิดีโอที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

 

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของดัชนี S&P500 ร่วงลง 1.3% หลังไมโครซอฟท์ร่วงลง 2.1% และเป็นหนึ่งในหุ้นที่ฉุดดัชนีลงมากที่สุด

 

ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ร่วงลง 0.5% ในวันศุกร์ และปรับตัวลงเป็นเปอร์เซ็นต์มากที่สุดในรอบสัปดาห์นี้นับตั้งแต่ต้นเดือนม.ค.

 

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์นั้น มหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 76.5 ในเดือนมี.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 77.4 และลดลงจากระดับ 76.9 ในเดือนก.พ.

 

ส่วนเฟดเปิดเผยในวันศุกร์ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากลดลง 0.5% ในเดือนม.ค. แต่เมื่อเทียบรายปี การผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง 0.2% ในเดือนก.พ.

 

นักลงทุนจะจับตาการประชุมนักพัฒนา GTC ของอินวิเดียในวันที่ 18-21 มี.ค.เพื่อรอการประกาศเกี่ยวกับชิป AI

 

นอกจากนี้ ตลาดจะจับตาการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

 

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์